องเฉินชางแล้วถอนหายใจ “ไม่เป็นไรใช่ไหม”
เฉินชางพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “ครับ”
“ต่อไปอย่าวู่วามแบบนี้อีก คิดหาทางดีกว่า”
เฉินชางหน้าแดงยิ้มเล็กน้อย “ครับ วู่วามเกินไปแล้ว ตอนนั้นคิดว่าเด็กอยู่สถานการณ์ผิดปกติก็เลยทนไม่ไหว”
ฉินเสี้ยวยวนกลับเอ่ยว่า “ช่วยคนเป็นเรื่องดี เป็นฉันก็คงทนไม่ไหวเหมือนกัน ที่ฉันพูดถึงคือมือของเธอ ปล่อยให้แตกยับแบบนั้นได้อย่างไร เธอเป็นศัลยกรรมแพทย์นะ ถ้ามือพังไปจะทำอย่างไร”
เฉินชางยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “ครับ เข้าใจแล้วครับ คุณลุง”
เฉินชางแค่รู้ว่าหลังจากตนสวมถุงมือไปแล้ว ค่าสถานะทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น ค่าพลังเพิ่มขึ้นเกินเท่าตัว
แบบนี้ยอดเยี่ยมมาก!
นี่เท่ากับพลังของตนเพิ่มขึ้นมาสามเท่าเลย
ดังนั้นเฉินชางถึงได้ลงมือ
“รีบเข้ามาเถอะ ล้างมือแล้วกินข้าวก่อนเถอะ!” จี้หรูอวิ่นรับข้าวของมาจากมือเฉินชาง
อันที่จริงเฉินชางไม่ได้พกอะไรมากมายนัก แค่กระเป๋าสัมภาระส่วนตัว ข้าวของอื่นๆ ล้วนอยู่กับพวกสวีจื่อหมิง รวมถึงลาฟิตปีแปดสองอีกหลายกล่องของตน
หลังจากทุกคนนั่งประจำที่แล้ว เหล่าฉินก็ไม่มีแก่ใจจะเอ่ยชมเชยอีก
กลับรู้สึกว่าเจ้าหนุ่มคนนี้ยังคงมุทะลุขนาดนี้ มีแนวโน้มจะเลือดขึ้นหน้าได้ง่ายๆ
เรื่องนี้เหมือนตอนที่เฉินชางต่อยเหยียนหมิงครั้งนั้น
เรื่องครั้งนั้นเกี่ยวข้องกับเหยียนหมิงด้วยไม่ใช่เหรอ
ก็ใช่!
แต่…ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องหรือไม่ อีกฝ่ายก็เป็นหมอ มีศักดิ์เท่าเทียมกับนาย
ฉินเสี้ยวยวนอ