ดว่าเฉินชางไปสองสามประโยคไม่ได้
คนหนุ่มก็น่ากลัวตรงความวู่วามนั่นแหละ โดยเฉพาะคนหนุ่มมีความสามารถอย่างเฉินชาง ถ้าไม่ควบคุมอารมณ์ของตนให้ดี จะเกิดเรื่องขึ้นได้
จี้หรูอวิ่นทนมองต่อไปไม่ได้แล้ว “เอาน่า ไม่ง่ายเลยกว่าเสี่ยวเฉินจะได้กลับมา คุณเอาแต่ว่าๆๆ อยู่ได้ ยังคิดว่าตัวเองเป็นหัวหน้าในโรงพยาบาลอยู่หรือไง”
เหล่าฉินยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “มาเถอะ เราสองคนมาดื่มด้วยกันหน่อย”
ตอนที่เหล่าฉินมา เขาเดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัว จึงเอาเหล้าดีสองขวดมาเป็นการเฉพาะ
ฉินเยว่เอ่ยด้วยความอิจฉา “นี่เฉินชาง นายดูสิ หลังจากพ่อฉันมาถึงก็ลงมือทำกับข้าวให้นายตลอดช่วงบ่ายเลย! เป็นกับข้าวที่นายชอบกินทั้งนั้น ของทะเลพวกนี้ เขาไม่เคยหักใจกินลงหรอกนะ”
เฉินชางอดหัวเราะไม่ได้
ถึงแม้เหล่าฉินจะขี้งก แต่ดีกับตนมากจริงๆ
ฉินเสี้ยวยวนมองฉินเยว่แวบหนึ่ง “ลูกมันหมาป่าเลี้ยงไม่เชื่อง พอเลี้ยงลูกมาทั้งชีวิตดันเสียเปล่าแล้ว! อีกอย่าง ถ้าพ่อไม่ดีกับเฉินชางแล้วลูกแอบทำไม่ดีกับเฉินชางด้วย งั้นไม่สู้พ่อทำดีกับเฉินชางอย่างเปิดเผยดีกว่า แบบนี้จะได้เหลือไมตรีต่อกันไว้”
ทันใดนั้น ทุกคนก็หัวเราะขึ้นมา
หลังจากกินดื่มอิ่มหนำ ฉินเยว่ไปล้างจานกับจี้หรูอวิ่น
เหล่าฉินส่งสายตาเป็นสัญญาณให้เฉินชางเล็กน้อย เขากลับเข้าไปที่ห้อง เฉินชางก็ตามเข้ามาด้วย
หลังจากเข้ามาแล้ว เหล่าฉินล็อกประตูไว้ จู่ๆ ก็ล้วงบัตรเอทีเอ็มใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า
“ในนี้มี