นชางโล่งใจไปอีกเปลาะ
“ศาสตราจารย์เฉินชาง อุณหภูมิร่างกายอยู่ที่ 38.9 องศาเซลเซียสครับ!” เจิ้งเหลยเอ่ยด้วยความตื่นเต้นเฉินชางได้ฟังก็มีสีหน้าดีใจ! โล่งอกไป ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่ร้ายแรงมาก ว่ากันโดยทั่วไปแล้ว หากอุณหภูมิร่างกายไม่ลดต่ำจากสี่สิบองศาจะเป็นปัญหาใหญ่มากจริงๆ แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ไม่นับว่าเป็นปัญหาใหญ่นัก นอกจากนี้ ผลการตรวจสอบทั่วไปส่วนใหญ่เป็นปกติ เฉินชางโล่งอกแล้ว ดีที่ช่วยไว้ทันเวลา! ไม่อย่างนั้นคงเกินเยียวยาแล้วจริงๆ!
ในเวลานี้ พ้นจากสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว กลับเป็นความเจ็บปวดจากหลังมือที่แล่นแปลบเข้ามาเป็นพักๆ เฉินชางอดถอนหายใจอย่างจนใจไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ เฉินชางจึงเอ่ยกับเจิ้งเหลยว่า “ผู้อำนวยการเจิ้ง ล้างแผลให้ผมทีเถอะครับ ช่วยพันแผลให้ด้วยนะครับ”เจิ้งเหลยมองหลังมือของเฉินชาง อดร้องจุๆ พลางส่ายหน้าไปมาไม่ได้ “ไปเอกซเรย์ดูหน่อยไหม”เฉินชางส่ายหน้า “ไม่จำเป็นครับ แค่บาดแผลภายนอกเท่านั้น ไม่กี่วันก็หายแล้ว”
“ศาสตราจารย์เฉิน คุณนี่นะ! บุ่มบ่ามเกินไปแล้ว ในเวลานั้นคุณคิดว่ารถโรลส์-รอยซ์เป็นของเล่นหรือไง ใช้กำปั้นชกกระจกเนี่ยนะ! คุณก็คิดออกมาได้! ไอ้เท่ก็เท่อยู่หรอก แต่ว่า… ทำไมคุณไม่ใช้เครื่องมือเอาละ ริมทางไม่มีของ แล้วทำไมไม่ไปขอยืมจากเจ้าของรถคันอื่น…”เพียงประโยคเดียวก็ทำให้เฉินชางตะลึงงันไป! ตนสมองฝ่อไปแล้วจริงๆ ใช้มือทุบกระจก ไปยืมอุปกรณ์ของเจ้าของรถคันอื่นๆ ก็ได้ไม่ใ