ม่มีใครเต็มใจดูแล ยังมิสู้อาศัยช่วงที่ยังมีเรี่ยวแรงปูทางให้จูชีล่วงหน้า พวกเขาก็จะได้ผ่อนปรนภาระได้อีกสักนิด
จูซานพูดต่อไปว่า “คนในครอบครัวเดียวกันก็ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา เปิดใจรับซึ่งกันและกัน ถ้าเอาแต่คิดเล็กคิดน้อย คำนวณผลได้ผลเสีย นั่นก็ไม่ใช่คนในครอบครัวแล้ว แต่เป็นคนนอกเสียมากกว่า สาเหตุที่เรียกครอบครัวว่าครอบครัว ก็เพราะยามที่พวกเราได้รับความลำบากมาจากข้างนอก เจ็บปวดกลับมา ก็ยังมีคนในครอบครัวคอยช่วยเหลือ”
“สามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ก้าวไปข้างหน้าร่วมกันได้ เช่นนั้นจึงจะเรียกว่า ‘ครอบครัว’!”
หลิวเจี้ยนถงทวนซ้ำประโยคนั้นในใจ…สามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ก้าวไปข้างหน้าร่วมกันได้ เช่นนั้นจึงจะเรียกว่า ‘ครอบครัว’
เขาสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอยู่เป็นนาน
คล้ายจะเข้าใจความหมายของจูซาน แต่ก็เหมือนกับว่ายังไม่เข้าใจ
ทางด้านจูชีอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จก็เปิดประตูออกมาทันที “พี่สาม ข้าอาบน้ำเสร็จแล้ว ท่านรีบเข้ามาอาบต่อเถอะขอรับ น้ำยังอุ่นอยู่เลย…”
เขาคล้ายจะไม่ตระหนักว่าการให้คนอื่นมาอาบน้ำอุ่นที่ตนเองใช้อาบไปแล้วนั้นไม่เหมาะสม แต่ด้วยความร้อนใจ เห็นว่าน้ำที่แช่นั้นอุ่นสบาย จึงอยากให้จูซานได้อาบด้วยเหมือนกัน
จูซานยิ้มรับคำอย่างไม่ถือสา แล้วหันมากล่าวขออภัยต่อหลิวเจี้ยนถง
“ประเดี๋ยวข้าอาบเสร็จแล้ว ข้าจะให้เสี่ยวเอ้อร์มาเปลี่ยนน้ำร้อนให้ ท่านจะได้อาบเหมือนกัน”
หลิวเจี้ยนถงตอบ “ดีเหมือนก