ยฉิงยังคงช่วยลดอุณหภูมิอยู่! แอร์ในรถถูกปรับไว้ที่สิบแปดองศา ลมเย็นเฉียบเป่าดังพรึ่บพรั่บ แต่กลับยังคงรับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่ร้อนระอุ
สิบนาทีต่อมา รถขับมาถึงโรงพยาบาลสนามบินนานาชาติเมืองหลวงแล้ว จอดลงที่หน้าทางเข้าแผนกฉุกเฉิน ในเวลานี้ แผนกฉุกเฉินได้ส่งคนออกมาแล้ว ผู้อำนวยการแผนกฉุกเฉินออกมารอที่ทางเข้าด้วยตัวเอง หลังเปิดประตูรถลงมา เฉินชางมุดออกมาจากด้านในก่อน สวีอ้ายฉิงอุ้มเด็กลงมา ส่วนพ่อแม่ก็ตามหลังมาติดๆ
หลังจากที่ผู้อำนวยการแผนกฉุกเฉินเห็นเฉินชางก็รีบเข้ามาทัก “สวัสดีครับศาสตราจารย์เฉิน ผมคือเจิ้งเหลย ผู้อำนวยการแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลสนามบินนานาชาติเมืองหลวง!” เฉินชางพยักหน้ารับ “สวัสดีครับผู้อำนวยการ ไปเตรียมห้องฉุกเฉินก่อนเถอะครับ! สถานการณ์ของผู้ป่วยค่อนข้างอันตราย ใช่แล้ว เชิญแผนกประสาทวิทยาและกุมารเวชมาร่วมวินิจฉัยทีครับ”
เจิ้งเหลยรีบพยักหน้ารับ! เจิ้งเหลยรู้จักกับเหอจื้อเชียน เหอจื้อเชียนเล่าถึงฐานะและอิทธิพลของเฉินชางไว้ก่อนแล้ว ทำเอาเจิ้งเหลยตะลึงไปชั่วขณะ! ไม่คิดเลยว่าเป็นคนใหญ่คนโตขนาดนี้ เฉินชางมาแล้ว ตนให้ความร่วมมือเสียก็พอ หลังจากญาติผู้ป่วยลงทะเบียนเสร็จ ผู้ป่วยก็ถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉิน
เฉินชางรีบเอ่ยว่า “วัดอุณหภูมิร่างกายก่อน!” หลังจากเฉินชางได้ยินก็ดีใจขึ้นมาทันที ขอแค่อุณหภูมิลดลงจากสี่สิบองศาก็มีความหวังแล้ว! พอคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางรีบสั่งการ“ตรวจนับเม็ดเล