ับประสาอะไรกับเด็กน้อยวัยขวบสองขวบคนหนึ่งที่ระบบต่างๆ ยังพัฒนาไม่เต็มที่เลย
ในเวลานี้ เฉินชางทนไม่ไหวเอ่ยถามว่า “รถคันนี้เรียกว่าอะไร”ทุกคนผงะไป! ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ เฉินชางถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมา!“รถโรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน!” รีฟส์ตอบเฉินชางพยักหน้ารับ “ราคาเท่าไร”ทุกคนตะลึงไปเล็กน้อย ศาสตราจารย์ชอบรถรุ่นนี้งั้นเหรอรีฟส์ตอบทันที “ประมาณ… ตีเป็นเงินหยวนก็ราวเจ็ดล้านกว่าหยวนครับ”“ทุบกระจกเลย!” เฉินชางกัดฟันเอ่ย ตัดสินใจแล้ว
ทุกคนตะลึงไปทันที!“ทุบกระจกเพื่อช่วยเด็กเหรอ”“ใช่แล้ว! ทุบกระจก แต่ว่า… ทุบกระจกด้านหน้ารถจะดีที่สุด จะได้มุดเข้าไปช่วยเด็กออกมาได้!” เฉินชางเอ่ยทันที “วางใจเถอะครับ ผมจะรับผิดชอบเอง!” เฉินชางคิดว่าต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็เทียบกับชีวิตคนเป็นๆ ไม่ได้“ทุบสิ มัวตะลึงอะไรกันอยู่”ทุกคนได้สติกลับมา เริ่มมองหาอุปกรณ์จากรอบข้าง แต่รอบข้างสะอาดจนหาอิฐหรือหินสักก้อนไม่ได้เลย
รีฟส์ประทับใจกับความมีคุณธรรมระดับนี้ของเฉินชางจริงๆ เขาเอ่ยสั่งบอดี้การ์ดว่า “ทุบกระจกหน้ารถซะ!” บอดี้การ์ดผิวดำร่างใหญ่ทั้งสองคนปีนขึ้นไปบนกระโปรงหน้ารถทันทีโดยไม่ลังเลเลย พวกเขาเตะเข้าที่กระจกหน้ารถเต็มแรงจนเกิดเสียงดังปังๆๆ! แต่ว่า! จำเป็นต้องบอกเลยว่ารถหรูอย่างโรลส์-รอยซ์ คัลลิแนนที่ราคาเจ็ดแปดล้านคันนี้ทนทานมากจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้าการทุบกระจกรถของทางฝั่งเฉินชางดึงดูดความสนใจของคนรอบข้างได้ พอทุกคนเห