็นคนดำสองคนทุบรถยนต์อยู่ก็ล้อมวงเข้ามา ถึงขั้นที่เริ่มมีคนถ่ายรูปแล้ว เฉินชางเห็นว่าขนาดบอดี้การ์ดร่างใหญ่กำยำก็ยังทำอะไรไม่ได้จึงหันไปเอ่ยถาม “มีถุงมือไหมครับ”
ทีมของเฉินชางและพวกรีฟส์ล้วนตะลึงไปเล็กน้อย ผู้ช่วยของรีฟส์ล้วงถุงมือขาวคู่หนึ่งออกมาจากกระเป๋าพลางถาม “ใช้ได้ไหมครับ”เฉินชางพยักหน้ารับ “ได้ครับ!” เฉินชางก็หมดหนทางแล้วเช่นกัน ต้องสวมถุงมือเท่านั้นถึงจะทำให้เรี่ยวแรงของเขาเพิ่มขึ้นได้ หลังจากสวมถุงมือเสร็จ เฉินชางมองสวีจื่อหมิงเล็กน้อย “คุณไม่ใส่เสื้อแล้วใช่ไหมครับ” สวีจื่อหมิงผงะไปเล็กน้อย พยักหน้ารับ “ใช่ ไม่ใส่แล้ว” พูดจบก็ยื่นเสื้อสูทให้เฉินชาง
เห็นเพียงว่าเฉินชางออกแรงฉีกจากชายเสื้อออกมา! เกิดเสียงดังแควกแว่วขึ้นทันที! เสื้อสูทถูกเฉินชางฉีกออก ฉากที่น่าตกใจนี้ทำให้ทุกคนรอบข้างตาค้างไปแล้ว นี่เสื้อสูทไม่ใช่เหรอ?! คุณคิดว่าเป็นถุงน่องหรือไง ฉีกได้ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ พวกเขาเกิดความรู้สึกตกตะลึงอย่างไม่มีอะไรเทียบได้เลยจริงๆ มีเพียงสวีจื่อหมิงเท่านั้นที่รู้สึกปวดใจมาก! เขามองเฉินชางฉีกเสื้อสูทเวอร์ซาเชที่ตนซื้อมาเพื่อใส่เข้าร่วมงานประชุมโดยเฉพาะด้วยสีหน้าสับสน รู้สึกปวดใจสุดขีด!
แต่ในเวลานี้ เฉินชางยันรถแล้วกระโดดขึ้นไป เขาใช้เสื้อสูทพันมือทั้งสองข้าง จากนั้นก็ออกแรงชกกระจกหน้ารถ!ตึง!ตึง!ตึง!
ถึงแม้จะมีผ้าพันอยู่ แต่ก็เจ็บมากจริงๆ! นับว่าเฉินชางได้ค้นพบแล้วว่าถึงพละกำลังจ