หมือนมีเหงื่อไหลซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว หลังออกมาจากสนามบินแล้ว รถก็ยังไม่มา พวกเฉินชางคิดว่าจะไปรอในสถานที่ร่มเล็กๆ ที่อยู่ด้านหน้า ข้างถนนมีจุดจอดรถชั่วคราวอยู่ไม่น้อยเลย ด้วยเหตุนี้ทั้งคณะเดินเข้าไปด้านใน
เฉินชางยังพอว่า แต่สวีจื่อหมิงเป็นคนอ้วน ตอนนี้มีเหงื่อไหลย้อยติ๋งๆ มาสักพักแล้ว สูทตัวนอกถูกถอดออก เสื้อเชิ้ตก็ปลดกระดุมแล้วเหมือนกัน เนื่องจากเสื้อเชิ้ตเปียกชื้นไปหมดแล้ว ไหนเลยจะสนใจเรื่องอื่นอีก เดินวนหาอยู่พักใหญ่ก็ยังไม่เจอที่ร่มๆ สักแห่งเลย รออยู่สามสิบห้านาที รถก็ขับเข้ามา
จู่ๆ สวีอ้ายฉิงที่ยืนอยู่ด้านในก็เอ่ยเรียก “ศาสตราจารย์เฉิน คุณมานี่หน่อย”เฉินชางผงะไปเล็กน้อย เดินตามสวีอ้ายฉิงไปทางนั้น ตรงนี้มีรถจอดเรียงอยู่เป็นแถว หลังจากเดินเข้าไปเฉินชางก็ถาม “มีอะไรเหรอครับ”สวีอ้ายฉิงชี้ไปที่รถ “เมื่อกี้ฉันส่องกระจกดู จู่ๆ ก็สังเกตเห็นว่ามีเด็กคนหนึ่งอยู่ในรถตรงเบาะหลัง คุณดูสิ…”
เฉินชางตะลึงไปทันที เพ่งสายตามองผ่านกระจกรถไปที่ด้านหลังเล็กน้อย ทันใดนั้นก็พบว่ามีเด็กน้อยคนหนึ่งอยู่ คาดว่าคงไม่เกินขวบสองขวบ เวลานี้เด็กน้อยบนเบาะหลังหลับอยู่บนคาร์ซีท เดิมทีเฉินชางก็ไม่คิดว่าผิดปกติอะไร เอ่ยยิ้มๆ “โอ้ ไม่เป็นไรหรอก คุณดูสิ ซันรูฟเปิดแง้มอยู่ น่าจะไม่เป็นไร”
หลังจากเฉินชางเอ่ยจบ ขณะที่กำลังจะหันหลังกลับ จู่ๆ ก็ชะงักเท้า! เขาตระหนักถึงบางอย่างขึ้นมากะทันหัน! เด็กคนนี้… ดูเหมือนจะผิดปกต