ซึ่ง ‘ร่ายรำ’ ในที่นี้ไม่ใช่ร้องเล่นเต้นรำ แต่เป็นความสามารถแขนงหนึ่งที่นางโลมบริสุทธิ์ถนัด
ความสามารถที่นางโลมบริสุทธิ์ถนัดที่สุด ไม่ใช่การขับขานบทเพลงและการร่ายรำหรือ?
ดังนั้นคำว่าร่ายรำคำเดียวนี้ก็เพียงพอแล้ว
ในเมื่อ ‘การปะทะทางศิลป์’ ไม่ใช่การขับขานบทกวีหรือบทเพลง เช่นนั้นจะเป็นอะไรได้เล่า?
หากเย่อวี๋หรานอยู่ที่นี่จะต้องแขวะแน่นอน “การปะทะทางศิลป์อะไรกัน ไม่ใช่แค่การแข่งโต้วาทีหรอกหรือ?”
ปะทะฝีปากคมคาย ไม่สุภาพแต่สง่างาม สรุปแล้วตราบใดที่เจ้าดึงดูดความสนใจของฝูงชนได้ เจ้าก็ชนะ
พูดถึงนางโลมบริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นการปะทะทางศิลป์ หรือการแข่งร่ายรำก็ล้วนเป็นเรื่องที่ทำด้วยความเต็มใจ เพราะนับเป็นการดีที่ ‘ขว้างหินก้อนเดียวได้นกสองตัว’
มีการต่อสู้ย่อมมี ‘การแสดง’ ส่วนนางโลมบริสุทธิ์จะกลัวอะไรเล่า?
ย่อมต้องกลัวว่ายามที่ต่อสู้จะไม่มีผู้ชม
ครั้งนี้นับว่าดีและเป็นเกียรติที่สุด เพราะมีโอกาสที่จะได้จับเยี่ยนเหออันผู้มีโอกาสได้เป็นอั้นโฉ่วประจำอำเภอมากที่สุด มีคุณชายเยี่ยนอยู่ที่นี่ พวกบัณฑิตไม่วิ่งโร่มาที่นี่แล้วจะวิ่งโร่ไปที่ไหนเล่า?
ใบหน้าของแม่นางชิงและเถาเหนียงปรากฏรอยยิ้มราวบุปผา ยิ่งสู้ก็ยิ่งรุนแรง
จนถึงตอนนี้พวกจูชีและเสินกวงจี้ก็เบิกตากว้าง ได้รู้เป็นครั้งแรกว่าที่แท้การด่าคนก็สามารถ ‘ด่าโดยไม่มีคำหยาบ’ เช่นนี้ได้ด้วยหรือ?
“ร้ายกาจ ข้าไม่รู้เลยว่าการด่าคนมีความหมายเช่นนี้!” เสินกวง