จี้พูดเสียงเบาเป็นพิเศษ เพราะเขากลัวว่าหากพ่อของเขาได้ยินแล้วเขาจะถูกต่อว่า
จูชีก็พูดเสียงเบาเป็นพิเศษ “ข้าคิดว่ายังไม่ร้ายกาจเท่าแม่ข้า”
“แม่เจ้าด่าคนด้วยหรือ?” เสินกวงจี้นั้นแม้จะเคยพบเย่อวี๋หราน แต่ทุกครั้งที่เย่อวี๋หรานมาก็ล้วน ‘สุภาพ’ เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าคุณป้าที่สุภาพอ่อนโยนผู้นี้จะด่าคนเป็นด้วย?!
“ใช่! แม่ข้าด่าคนได้โหดร้ายยิ่ง…” จูชีเล่าออกมาว่าแม่ของเขาเคยด่าคนอย่างไร หรือเรื่องที่นางถือไม้กวาดไล่ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าก็ล้วนพูดออกมา
เสินกวงจี้คาดไม่ถึงเลยว่าเย่อวี๋หรานจะมีด้านนี้ รู้สึกไม่เหมือนจะเป็นเช่นนั้นแม้แต่น้อย
แต่เรื่องน่าอายของต้าเป่าและเอ้อร์เป่าก็ดึงดูดความสนใจของเขา เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ “ตอนพวกเขายังเด็กน่าสงสารเพียงนี้เชียว เหอเหอเหอ…ครั้งนี้ถูกข้าจับจุดอ่อนได้แล้ว ครั้งหน้าจะดูว่าพวกเขายังจะกล้าอวดดีต่อหน้าข้าหรือไม่”
แม่นางชิงและเถาเหนียงปะทะกันจืดชืดเช่นนี้ แน่นอนว่าไม่มีความหมาย ดังนั้นต้องเชิญคนมาตัดสิน
ผู้ตัดสินมีสองส่วน หนึ่งคือ ‘เยี่ยนเหออัน’ ผู้เป็นตัวเอกของเรื่อง อีกส่วนคือผู้ชมที่อยู่รอบ ๆ ซึ่งยินดีจะจ่ายเงินซื้อดอกไม้ไปส่งให้พวกสาว ๆ
ดอกไม้หนึ่งดอกสองอีแปะ เป็นราคาไข่ไก่หนึ่งฟองซึ่งถือว่าไม่แพง
หากใครชอบแม่นางคนไหนก็สามารถซื้อดอกไม้โยนขึ้นไปบนเรือเพื่อสนับสนุนนางได้
ใครได้ดอกไม้มากกว่า รวมถึง ‘เยี่ยนเหออัน’ เลือกขึ้นเรือของใคร ผู้นั้นก็คือ ‘ผู้ชนะ’ แ