ละเป็น ‘นางโลมดาวเด่นของเรือบุปผา’
แน่นอนว่า ‘ดอกไม้’ นี้ไม่ใช่ว่าจะไปซื้อจากไหนก็ได้ แต่ต้องไปซื้อที่เรือบุปผาทั้งสองลำเท่านั้น
กล่าวตามตรงคือหากเจ้ายินยอมจ่ายเงินให้ผู้ใด ผู้นั้นก็จะเป็นผู้ชนะ บัณฑิตสามารถกล่าวได้ว่า ‘เงิน’ จะกลายเป็นส่วนช่วยส่งเสริมให้ ‘บุปผา’ สูงส่งขึ้น
แต่ถึงอย่างไรก็ล้วนมีความหมายเช่นเดียวกัน
ยามที่เห็นคนถือตะกร้าเริ่มเร่ขายดอกไม้ หลิวเจี้ยนถงก็อธิบายให้พวกจูชีและเสินกวงจี้ฟังอีกครั้ง
“ดอกละสองอีแปะ มิน่าเล่าจึงขายแปลกถึงเพียงนี้ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้…” จูชีมองว่าสองอีแปะสามารถซื้อไข่ไก่ได้หนึ่งฟอง นับว่าถูกเสียที่ไหน แพงชัด ๆ ไม่ใช่หรือ?
คิดถึงเมื่อยามนั้นที่เขาอยากกินไข่ไก่สักฟองยังเป็นเรื่องยาก
เสินกวงจี้รู้ว่าศิษย์พี่ของเขายากลำบากเพียงใดจึงไม่ได้พูดอะไรมาก
หลิวเจี้ยนถงก็เป็นคนที่เกิดมายากลำบากจึงเข้าใจเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่พูดอะไร
เทียบกับคนอื่นที่ ‘ใจกว้าง’ กลุ่มของพวกเขาจึงดูเหมือนคนขี้เหนียวที่ไม่ยอมควักเงินจ่าย
ดังนั้นเด็กหญิงตัวน้อยที่เป็นผู้มีหน้าที่ขายดอกไม้จึงหันกลับมาครั้งสองครั้ง และจากมาอย่างไม่เต็มใจ
“อย่าไปทางนั้นนะ คนทางนั้นไม่ยอมจ่ายเงินเลย”
“ไม่ใช่ว่าเป็นคนยากจนหรือ?” มีคนแสดงท่าทีดูถูก “ความจริงแม่นางของพวกเราล้วนทำงานหนักถึงเพียงนี้ แต่แค่สองอีแปะยังไม่ยอมจ่าย…”
“ชู่…” เด็กหญิงที่โตกว่าเล็กน้อยจับนางเอาไว้ตรง ๆ พลางพู