งค่อนข้างให้ความสำคัญ
หนึ่งโต๊ะมีประมาณสิบห้าที่นั่ง ฉินเยว่หมิงและหวังทงเดินเข้ามาหา
ทุกคนล้วนรู้จักมักคุ้นกันค่อนข้างดี
ฉินเยว่หมิงมองหลี่เป่าซาน เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เป่าซาน วันนี้ฉันอิจฉานายทั้งวันเลย! ได้ขึ้นเวทีรู้สึกยังไงบ้าง”
หลี่เป่าซานชะงักไปเล็กน้อย ลังเลอยู่ครู่หนึ่งถึงเอ่ยว่า “ตอนนั้นฉันรู้สึกว่าฉันโชคดีมากที่มีผู้สืบทอดดีๆ แบบเฉินชาง!”
ทุกคนหัวเราะขึ้นมาทันที
นี่เป็นความจริง!
หากไม่มีเฉินชาง ตอนนี้พวกเขาก็คงอยู่ในโรงพยาบาลของตน หรือไม่ก็กลับไปกินข้าวกับลูกเมียที่บ้าน
จะมีโอกาสได้มาที่นี่เสียที่ไหน!
หลังจากฉินเยว่หมิงได้ฟังก็อิจฉาจนอยากร้องไห้แล้ว
“ได้รับเกียรติมากจริงๆ ฉันเข้าร่วมการประชุมมาหลายปีแล้ว แต่ว่า…พูดกันตามตรงเลยนะ นี่คือครั้งที่ฉันรู้สึกภูมิใจที่สุด!
พวกนายอยู่ตรงนั้นคงไม่รู้ว่าความรู้สึกของเราในตอนนั้นที่เห็นพวกนายขึ้นเวทีไปทีละคน เป็นคนจีนทั้งหมด เวลานั้นฉันภาคภูมิใจมาก!
เยี่ยมมาก! ยอดเยี่ยมเหลือเกิน!”
ฉินเยว่หมิงอดทอดถอนใจไม่ได้
หวังทงก็พยักหน้าเอ่ยเสริมไปว่า “ใช่แล้ว น่าภูมิใจมาก!
ฉันได้ยินเสียงคนรอบตัวพูดคุยกันตลอด พูดว่า China ซ้ำไปซ้ำมา! ตอนนี้ฉันตื่นเต้นจนมือ