ริง ๆ นามว่าหลี่ฉิน เป็น…”
นางแนะนำหลี่ฉินไปโดยสังเขป
แม่เหวินยิ่งฟังก็ยิ่งพอใจ “ไอ้หยา เช่นนี้ก็ประเสริฐยิ่ง จูต้าเหนียง ท่านก็รู้จักเหรินซานลูกข้า เขาเป็นเด็กดีคนหนึ่ง อายุยังน้อยก็เป็นเจ้าหน้าที่ในที่ว่าการได้แล้ว เบี้ยหวัดแต่ละเดือนได้รับไม่เท่ากัน ใช้จ่ายอย่างประหยัดสักหน่อยก็สามารถเลี้ยงชีวิตได้โดยไม่มีปัญหา”
นางบอกเล่าสถานการณ์ทางฝ่ายลูกชายตนเองออกมา
แล้วว่าสกุลเหวินของตนเองไม่ได้มีข้อเรียกร้องสูงส่งอะไร เพียงหวังว่าจะได้แต่งลูกสะใภ้ที่จิตใจดี มีฝีมือด้านงานบ้านงานเรือนและภูมิหลังใสสะอาดก็พอแล้ว
“พอข้าได้ยินเรื่องลูกสาวบุญธรรมของท่านก็รู้สึกว่าเหมาะสมมาก ท่านคิดว่าพวกเราพอจะเป็นทองแผ่นเดียวกันได้หรือไม่?”
แม่เหวินจะไม่ยินดีได้อย่างไร แม้ลูกชายของนางจะเป็นเจ้าหน้าที่ในที่ว่าการ แต่เรื่องงานมงคลกลับกลายเป็นงานหิน จะดูตัวกี่ครั้งก็คว้าน้ำเหลว ทำให้นางกลุ้มใจคิดไม่ตก แทบอยากจับแม่นางสักคนกลับเรือนมาจัดการงานวิวาห์ของลูกชายให้ลุล่วงไปเสียให้ได้
น่าเสียดาย ลูกคนนี้เหมือนพ่อของเขา หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี คนเขาบอกไม่เต็มใจก็คือไม่เต็มใจ ถ้านางกล้าบังคับลูกสาวคนอื่นมาแต่งงาน เขาก็กล้าไปอยู่ข้างนอกไม่กลับเรือนหลาย ๆ วัน
ประกอบกับมีพ่อของเขาคอยปกป้อง ทำให้แม่เหวินทำอะไรก็ไม่ดี โมโหจนร่ำร้องว่า “ข้าไม่สนแล้ว เจ้าอยากทำอะไรก็ทำ”
สุดท้าย ไฉนเลยจะคาดว่าลูกชายไปอวยพรปีใหม่ที่หมู่บ้านสกุลจูรอบเ