อยู่ดี ถ้าวาสนาดีก็อาจะมีกลิ่นพริกป่นปนมาด้วย
จากการประเมินด้วยสายตา นี่คงเป็นเพราะใคร่ครวญถึงโรคบางชนิดอย่างลึกซึ้งอยู่ละมั้ง
เฮ้อ!
ผู้หญิงแบบไหนกันนะถึงจะคู่ควรเหมาะสมกับคนโดดเด่นอย่างศาสตราจารย์เฉิน
ในเวลานี้เอง แอร์โฮสเตสของชั้นเฟิร์สคลาสก็เดินเข้ามา
แจ้งพวกเฉินชางว่ามีคนมารอรับที่สนามบิน ให้ใช้ช่องทางพิเศษได้
เฉินชางพลันตะลึงไปเล็กน้อย!
ช่องทางพิเศษ
มีคนมารอรับงั้นเหรอ
พอคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางก็มองออกไปนอดหน้าต่างแวบหนึ่ง ในหัวมีฉากตอนที่ผู้นำของต่างประเทศลงจากเครื่องพลางโบกมือทักทายผุดขึ้นมาในหัว
จู่ๆ เฉินชางก็เริ่มประหม่าขึ้นมา
แล้วเวลาลงบันไดควรจะก้าวเท้าซ้ายหรือว่าเท้าขวาก่อนดีล่ะ
แล้วตอนโบกมือ…ต้องโบกมือซ้ายหรือว่ามือขวา
ในทันใดนั้น!
อวี๋อีมองเฉินชางเล็กน้อย อดถามไม่ได้ “ศาสตราจารย์เฉิน ยังมัวขบคิดปัญหาอยู่อีกเหรอคะ ไปกันได้หรือยัง!”
เฉินชางหน้าแดง รีบลุกขึ้นมา “ครับ เทคนิคการผ่าตัดโดยหัวใจไม่หยุดเต้นยังมีจุดที่ต้องทบทวนนิดหน่อยน่ะ ผมกำลังพิจารณาอยู่”
พอพูดจบก็เดินนำออกไปก่อน
คนที่เหลืออยู่รู้สึกสะท้อนใจมาก
แอร์โฮสเตสประจำชั้นเฟิร์สคลาสมองชายคนนี้ที่ทางบริษัทกำชับให้คอยดูแล