บทที่ 5 คนดังทางเน็ตไลฟ์สด
ประโยคนี้มีข้อมูลเยอะเกินไป จางเฉิงรู้สึกว่าสมองอยู่ในภาวะการทำงานหนักจนแทบจะหยุดทำงาน!
เขาเพิ่งจะนินทาต่อหน้าเจ้าตัวเหรอ? แล้วยังพูดต่อหน้าด้วยว่าเธอโกงเงินบริจาคแล้วหอบเงินหนีไป!
แถมเป้าหมายที่ถูกนินทายังเป็นท่านอาจารย์อภิปรัชญาที่เขาเพิ่งได้รู้จัก และช่วยชีวิตเขาไว้ด้วย!
อึก…น่าอับอายเป็นบ้า! ให้ตัวเขาระเบิดตรงนี้แล้วลอยออกไปนอกโลกเลยได้ไหม? เขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว!
เมื่อเห็นท่าทางของจางเฉิงที่ราวกับกำลังจะระเบิด เฝ่ยไป๋ลู่ก็คืนโทรศัพท์ให้ ก่อนพูดตบท้ายซ้ำเติมเขาเข้าไป “ใช่แล้วละ ฉันคือสตรีมเมอร์หญิงคนนั้น แต่ว่าฉันไม่ได้โกงเงินบริจาค แล้วก็ไม่ได้หอบเงินหนีไปด้วย”
สมองจางเฉิงสับสนไปหมด เขาต้องการอธิบาย แต่ลิ้นกลับพันกันจนไม่รู้จะพูดอะไร “คุณ…ผม…ผม…”
จางเฉิงยังไม่ทันพูดรู้เรื่อง ในตอนนั้นรถเมล์ก็เข้ามาจอด
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดยังไง ดังนั้นเธอเลยไม่โกรธ
“ฉันจะไลฟ์สดคืนนี้ ถ้าคุณสนใจก็เข้ามาดูได้” เธอพยักหน้าให้จางเฉิง แล้วขึ้นรถเมล์ไป
ทิ้งไว้แต่จางเฉิงผู้แตกสลาย ให้เขามองตามรถเมล์ที่ขับออกไปอย่างตะลึงงัน
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาก็ลูบหน้าตัวเอง แล้วพ่นคำหนึ่งออกมา “เชี่ย!”
วันนี้มันช่างมหัศจรรย์จริง ๆ
……
เฝ่ยไป๋ลู่ไปเยี่ยมพ่อแม่บุญธรรมที่โรงพยาบาล
พ่อแม่บุญธรรมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จึงอยู่ในอาการโคม่า หลังจากรักษามาเกือบหนึ่งเดือนก็ยังคงไม่มีวี่แว