นี้น่าอายตรงไหนกัน? เอาล่ะ เดิมทีวันนี้ก็มาเพื่ออวยพรปีใหม่แก่ผู้อาวุโสทั้งสอง เช่นนั้นพวกเราไม่รบกวนแล้ว พวกเจ้าเจ็ด ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าต้องกลับไปอ่านหนังสือพอดี ข้าคงต้องพาพวกเขากลับก่อน”
ก่อนจะหันกลับไปพูดกับพ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจู “ท่านพ่อ ท่านแม่ เอาไว้หากท่านมีเวลาว่าง ข้าค่อยให้พวกเขามาหาท่านอีกนะเจ้าคะ ถึงครานั้นโปรดอย่าถือสาที่พวกเขาออกจะเสียงดังวุ่นวายจนรบกวนเกินไปเสียหน่อย”
แม่เฒ่าจูรีบพูดว่า “ไม่รบกวน ๆ ถึงเวลานั้นต้องมาให้ได้เล่า”
“แน่นอนเจ้าค่ะ” เย่อวี๋หรานยิ้มตอบ “ท่านพ่อท่านแม่ก็มาเยี่ยมเหลนของท่านได้ทุกเมื่อนะเจ้าคะ”
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นรอจนส่งพวกเย่อวี๋หรานออกจากเรือนแล้ว จากนั้นจึงเพิ่งถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“โครกคราก ๆ…”
ท้องร้องขึ้นมาอีกครั้งด้วยความหิว
ยังไม่ต้องพูดเรื่องที่รสชาติไม่ค่อยน่าพอใจนัก
ทั้งสองคนไม่พูดจาไร้สาระ รีบกลับเข้าครัวเริ่มเตรียมอาหาร
“ทำน้ำแกงเถอะ เร็วหน่อย ไม่เช่นนั้นทุกคนจะหิวตายเอา”
“ใช่ ข้าวเที่ยงก็ไม่ได้กิน ใครจะไปรู้ว่าพวกพี่สะใภ้ใหญ่จะอยู่นานถึงเพียงนี้ ข้าแทบจะทนไม่ไหวด้วยซ้ำ”
“แต่พวกพี่สะใภ้ใหญ่ก็กินข้าวมาแล้ว ค่อยโล่งใจหน่อย ไม่เช่นนั้น…”
……
ทั้งสองคนมองหน้ากันโดยไร้ซึ่งคำพูด
จูเหล่าซานที่เดิมทีตั้งใจเข้ามาเร่งอาหารเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้เข้าไป
เขาหันหลังเดินออกมา จนชนเข้ากับจูเหล่าซื่อที่เดินเข้ามา
“ทำอะไรอยู่? บอกพวกนางแล