อเฒ่าจูก็รู้สึกกลุ้มใจ
อะไรนะ พี่สะใภ้ใหญ่จะพาคนทั้งบ้านมาที่นี่?!
คุณพระคุณเจ้าช่วย พี่สะใภ้ใหญ่มีลูกชายหกคน ลูกสาวหนึ่งคน รวมกับหลานชายอีกสี่คน ยังมีพวกเด็ก ๆ ที่ครอบครัวนางรับเลี้ยงอีก…
นี่คิดจะมากินล้างกินผลาญเสบียงของครอบครัวพวกนางจนเกลี้ยงหรือไร?
“เจ้าว่าท่านพ่อนี่ยังไงนะ ก็รู้อยู่ว่าครอบครัวพวกเรามีฐานะอย่างไร ยังจะไปเชิญบ้านพี่สะใภ้ใหญ่มากินข้าวด้วยกันอีก นี่…นี่คิดจะทำอะไร? ไม่อยากใช้ชีวิตต่อไปแล้ว?” จูซานเสิ่นไม่กล้าพูดต่อหน้าพ่อเฒ่าจู พอออกมาได้นางก็เริ่มบ่น
“เฮ้อ…” จูซื่อเสิ่นไม่มีแม้แต่ความคิดจะเกลี้ยกล่อม นางได้แต่ถอนหายใจ
พวกนางแค่อยากพึ่งพาพี่สะใภ้ใหญ่เพื่อจะได้มีชีวิตที่ดีกว่าเดิม ปรากฏว่ายังไม่ทันไรก็จะถูกครอบครัวพี่สะใภ้ใหญ่ ‘กิน’ จนอับจนก่อนแล้ว
ต้องมาพบเรื่องเช่นนี้ตั้งแต่ช่วงปีใหม่ นับว่าซวยแท้ ๆ
“เจ้าเอาแต่ถอนหายใจแล้วมีประโยชน์อะไร?” จูซานเสิ่นพูดไปนานแล้ว แต่เห็นน้องสะใภ้ไม่พูดอะไรสักอย่างก็ชักจะไม่พอใจ
หรือเจ้าคนนี้อยากรับบทคนดีอีกแล้ว?
“ข้ากำลังคิดว่า พวกเราควรไปปรึกษาเหล่าซื่อกับพี่สามดีไหม…” จูซื่อเสิ่นกล่าวขึ้นมาอย่างลังเล “สถานการณ์ในบ้านเป็นอย่างไร พวกเขาก็ใช่ว่าจะไม่รู้ ท่านพ่อพูดออกมาง่าย ๆ แต่พวกเราก็ยังต้องใช้ชีวิตกันต่อไปนี่นา?”
“เช่นนั้นยังรออะไรอยู่ ไปพูดสิ” จูซานเสิ่นตรงไปหาจูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อทันที
พ่อพวกเจ้าอายุมากแล้ว ไม่ได้ดูแลภาระในเ