หลังจากเฉินชางเห็นหมี่ตี้ก็รีบลุกขึ้นมาถาม “สวัสดีครับ ฟิล์ม MRI ออกหรือยัง”
หมี่ตี้ส่ายหน้า คล้ายจะยังก้าวออกจากเงามืดที่ถูกสวีจื่อหมิงสลัดไม่ได้ “ยังค่ะ มีคนต่อแถวรอเยอะเกินไป ฉันยื่นใบนำทางแล้ว ต้องรอคิว”
เฉินชางเงียบไปครู่หนึ่ง “โอ้…ถ้างั้น คุณผู้หญิงครับ คุณรู้จักหัวหน้าสวีไหม”
หมี่ตี้ผงะไป “หัวหน้าสวีเหรอคะ”
เฉินชางพยักหน้า “ใช่ ก็คือ…ผู้ชายที่คุณกอดก่อนหน้านั้น”
หมี่ตี้ถอนหายใจ ไม่พูดอะไรอีก
ผ่านไปพักหนึ่ง เธอเงยหน้ามองจางหย่วน “คุณรังเกียจฉันขนาดนี้เลยเหรอ”
จางหย่วนตะลึงงัน เอ่ยไปตามสัญชาตญาณ “แน่นอนว่าไม่!”
หมี่ตี้ถามต่อ “ฉันสวยไหม”
จางหย่วนพยักหน้า “อืม!”
หมี่ตี้ถามอีก “เสียงฉันเพราะไหม”
จางหย่วนพยักหน้าอีกครั้ง “อื้อ!”
เฉินชางตะลึงไปแล้ว เขารีบลุกเดินออกมา เขาคิดว่าสถานการณ์ค่อนข้างเกินการควบคุมของเขาแล้ว
หมี่ตี้ว่า “ฉันชอบคุณ คุณล่ะชอบฉันไหม”
จางหย่วนหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที
“นี่…จะเร็วเกินไปหน่อยแล้วมั้ง!”
เฉินชางยืนอยู่ด้านข้าง มองหญิงสาว มุ่นคิ้วเป็นปม
เขาคิดว่า…หญิงสาวคนนี้น่าจะมีปัญหาแล้ว!
ต้องมีปัญหาทางสมองแน่!
แต่จะมีปัญหาที่ส่วนไหน ตอนนี้เฉินชางก็ยังบอกไม่ได้
จางหย่วนกับห