อ่ยอย่างใจกว้างไม่กระบิดกระบวนเลย “ผมยอมรับว่าผม…ประเมินศักยภาพของคุณต่ำไป เพราะงบวิจัยของโรงพยาบาลมีจำ กัด ผมจำเป็นต้องเข้มงวดกวดขัน ในฐานะผู้ดูแลงบประมาณ ผมจำเป็นต้องนำเงินมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแต่ตอนนี้ ผมเชื่อมั่นในตัวคุณ พวกเราจะให้การสนับสนุนโครงการในครั้งนี้อย่างสุดกำลัง!ทำให้ดีล่ะ ลงมือได้เต็มที่เลย!”ประโยคนี้ทำให้บรรดาหัวหน้าแผนกที่อยู่รอบข้างมองเฉินชางด้วยสีหน้านับถือหมอหนุ่มคนนี้อายุน้อยกว่าพวกเขาสิบกว่าปี แต่เขาสยบซูเฮ่าเฉียงได้ รวมถึงสยบพวกเขาได้เช่นกัน!….เฉินชางพาทุกคนออกจากห้องผ่าตัด เพิ่งก้าวพ้นประตูใหญ่ก็มองเห็นคนจำ นวนมากออกันอยู่ที่ประตูพอเห็นคนมากมายมายขนาดนี้ เฉินชางก็สะดุ้งเล็กน้อยมีทั้งคนในครอบครัวอวี๋หวั่นและมีคนมากมายที่เฉินชางไม่รู้จักแต่พอเห็นเฉินชางออกมา ทุกคนก็พากันลุกขึ้นมองพวกเขาอย่างกระวนกระวาย“หมอคะ…การผ่าตัดประสบความสำ เร็จไหม” แม่ของอวี๋หวั่นอดเอ่ยถามไม่ได้เฉินชางพยักหน้ารับ “เกิดเหตุขัดข้องนิดหน่อยระหว่างการผ่าตัด แต่ตอนนี้สัญญาณชีพของผู้ป่วยคงที่แล้ว แต่พวกเรายังต้องจับตาดูสถานการณ์หลังจากนี้ต่อไป”พอได้ยินประโยคนี้ ทุกคนก็พากันพูดคุยขึ้นมา“ดีเหลือเกิน ผ่านเคราะห์นี้ไปได้แล้ว ขอแค่พ้นช่วงสังเกตอาการไปได้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว!”“ใช่แล้ว อย่างน้อยการผ่าตัดก็ประสบความสำ เร็จ”ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์ ทำให้พวกเฉินชางตกใจเล็กน้อยพวกเขาก็เข้าใจด้วยหรือในเวลานี