ตำรวจฟังคำพูดของเฉินชางแล้วถอนหายใจเช่นกัน “ผมติดต่อญาติคนไข้ไปแล้ว คงใกล้ถึงแล้วครับ”
เพิ่งจะสิ้นเสียงของตำรวจ ก็มีคนสามคนวิ่งเข้าแผนกฉุกเฉินมาอย่างเร่งรีบ
หญิงสาวอายุประมาณยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดสองคนประคองคุณป้าอายุหกเจ็ดสิบคนหนึ่ง
พอเข้ามาถึง คุณป้ามองทุกคนพร้อมพูดว่า “สวัสดีค่ะคุณตำรวจ ฉันเป็นแม่ของอวี๋หวั่น ลูกสาวฉันเป็นอย่างไรบ้างคะ”
คุณป้าสีหน้ากังวล บนใบหน้าเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและจนปัญญา ถามพร้อมเสียงสะอื้น
เฉินชางเห็นแล้วอดพูดไม่ได้ “ตอนนี้อวี๋หวั่นยังไม่ฟื้นครับ แต่พ้นขีดอันตรายชั่วคราวแล้ว”
คุณป้าได้ยินแล้วถอนหายใจยาว “เฮ้อ…”
พี่สาวทั้งคนเองก็สีหน้าโศกเศร้าเต็มประดา
“คุณหมอคะ ฉัน…ฉันขอไปเยี่ยมเธอหน่อยได้ไหมคะ”
เฉินชางลังเลครู่นี้ก่อนจะพยักหน้าตอบกลับ “ครับ ตามผมมาครับ”
เฉินชางพาทั้งสามไปเยี่ยมอวี๋หวั่นที่ยังคงหมดสติในห้องสังเกตอาการ แม้อยู่ในสภาวะหมดสติ แต่คิ้วเธอยังขมวดปมแน่น
ตอนนี้สีหน้าไม่ได้ซีดเซียวเหมือนเมื่อครู่นี้แล้ว ดูแดงฝาดขึ้นมาเล็กน้อย
แต่ไม่รู้ทำไม เฉินชางถึงเห็นความหมดอาลัยตายอยากเต็มใบหน้าของเธอ
คุณป้าเอามือปิดปาก ร้องไห้อย่างเจ็บปวดเงียบๆ เห็นลูกสาวของตนเป็นแบบนี้ แต่