ทำนองเดียวกันขึ้นกับตัวเอง
แต่ก็เข้าใจได้ ผู้ชายยุคนี้มีใครเต็มใจเผชิญหน้ากับเรื่องแบบนี้บ้าง?
เหล่าเฉียนยังไม่ใช่ฝ่ายถูกปลด ฝ่ายที่ถูกปลดคือจูเอ้อร์เม่ย แต่นางสามารถพาลูกชายคนเล็กแยกเรือนไปใช้ชีวิตตามลำพังได้ เท่ากับว่าได้ล้างมลทินให้ตัวเองแล้ว หากนางเป็นฝ่ายผิด สกุลเฉียนจะยอมให้นางพาลูกชายคนหนึ่งไปด้วยงั้นหรือ?
แม้คนนอกจะไม่รู้เรื่องราวเบื้องหลัง แต่จะต้องรู้แน่นอนว่าเรื่องนี้จะต้องเป็นเพราะสกุลเฉียนทำไม่ถูกแน่นอน
และเพื่อเป็นการชดเชย สกุลเฉียนจึงยอมให้จูเอ้อร์เม่ยพาลูกชายคนเล็กแยกไปใช้ชีวิตกันเอง
ผู้ชายอกสามศอกคนหนึ่งกลับตกต่ำถึงขั้นถูกภรรยาของตัวเองรังแกมาถึงศีรษะได้ ต่อให้บนศีรษะไม่ใช่หมวกเขียว ก็คงเป็นเรื่องน่าอับอายอย่างยิ่งเป็นแน่แท้
เห็นเย่อวี๋หรานไม่พูดอะไร จูเหล่าโถวก็ยิ่งว้าวุ่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาเป็นฝ่ายถอยทัพ “ช่างเถอะ เจ้าอย่าพูดอะไรเลย ตอนนี้ดึกแล้ว ข้าไปนอนก่อนล่ะ”
จากนั้นก็หมุนกายจากไปโดยไม่รอให้นางพูดอะไร
เพราะรีบร้อนเกินไป เขายังสะดุดขาตัวเองอีกด้วย
เย่อวี๋หราน “…”
หากจูเหล่าโถวไม่มาพูดกับนางแบบนี้ นางก็คงคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าเรื่องนี้สามารถทำแบบนี้ได้เหมือนกัน
แต่สกุลจูมีลูกชายลูกสาวรวมกันหลายคน นางจะพาคนไหนไปดีนะ?
จนมาถึงห้องของตัวเองแล้ว เย่อวี๋หรานก็ยังคิดไม่ออกว่าตนเองควรพาใครไปด้วย
“ไอ้หยา ข้านี่โง่จริง ทำไมต้องหมกมุ่นกับเรื่องนี้ด้วย?”
เย่อวี๋หรานได้สติ