่วงเจ้า”
“ไม่อย่างนั้น ข้างนอกนั่นมีคนกระโดดน้ำฆ่าตัวตายเพราะใช้ชีวิตต่อไปไม่ไหวตั้งมากมาย ทำไมแม่สามีของเจ้าจึงไม่ไปสนใจ? ก็เพราะเจ้าเป็นลูกสะใภ้ของนาง นางจึงใส่ใจน่ะสิ”
……
เอาเถอะ เย่อวี๋หรานยอมรับว่าตนเองพูดจาได้ปลอมเกินไปแล้ว
ถ้านางมีแม่สามีแบบจูเอ้อร์เม่ยคงทะเลาะแตกหักกันไปนานแล้ว
แต่คนเรามักจะพิจารณาจากมุมมองที่ตนเองได้รับผลประโยชน์อยู่แล้ว
ตอนนี้ภรรยาของเฉียนซินยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับนาง นางได้แต่ทำในสิ่งที่ขัดต่อมโนธรรมของตนเอง กล่าววาจาที่ไม่ชวนฟังออกมา
นางคล้ายจะสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังของภรรยาเฉียนซิน สุดท้ายก็ทำใจลงมือรุนแรงไม่ลง จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “อะแฮ่ม! แน่นอน ข้าเข้าใจได้ว่าทำไมเจ้าถึงชนกำแพง เจ้าคงคิดว่าแม่สามีพาน้องสะใภ้แยกเรือนออกไป ทิ้งเจ้ากับลูก ๆ เอาไว้ คงใช้ชีวิตต่อไปไม่ไหวสินะ?”
วาจานี้กระทบจิตใจของภรรยาเฉียนซิน นางหันมามองเย่อวี๋หรานด้วยความพลุ่งพล่านใจ ถึงขั้นอยากคว้าแขนเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้
แม้จะคว้าได้เพียงความว่างเปล่า แต่นางก็พูดออกมาว่า “ท่านป้า ข้าลำบากยิ่งนัก…”
“ยุคสมัยนี้ใครบ้างไม่ลำบาก? ใครบ้างไม่ต้องดิ้นรนเพื่อให้มีกินอิ่มท้องและได้สวมเสื้อผ้าอุ่น ๆ?” เย่อวี๋หรานกล่าวต่อไป “เจ้าช่างโง่งมจริง ๆ มองเห็นแค่ว่าแม่สามีพาน้องสะใภ้ของเจ้าแยกเรือนออกไป แต่กลับมองไม่เห็นข้อดีของการแยกเรือน ข้ารู้ว่าเจ้าอาจไม่เชื่อ แต่เจ้าฟังข้าพูดจนจบก็จะเข้าใจเอง”
เย่อ