เฉินชางอึ้งงันไสักพัก เขารู้ว่าหัวหน้าหลี่มีเรื่องอยากระบายเขาจึงไม่พูดแทรก เพียงรับฟังเงียบๆตัวหลี่เ่าซานดื่มเหล้าไไม่น้อย เขาฝังเรื่องพวกนี้ไว้ในใจมากว่าสิบี ไม่เคยพูดกับใครมาก่อนผ่านมานับสิบกว่าีแล้วที่เขาจากเมืองหลวงไยังเมืองอันหยาง ย้ายโรงพยาบาลสองสามที่ จนสุดท้ายมาลงเอยที่โรงพยาบาลอันดับสองในช่วงสิบีที่ผ่านมา เขายังได้รับชื่อเสียงในฐานะหนึ่งในสี่แพทย์ฉุกเฉินชั้นนำของมลฑลตงหยางอีกด้วยทว่า สิ่งเดียวที่ต่างออกไคือหลี่เ่าซานเข้าร่วมการระชุมวิชาการน้อยมาก องค์การวิชาการก็ไม่ค่อยเข้า เขามักจะทุ่มแรงกายแรงใจไกับด้านการวินิจฉัยโรคเ็นหลักหลี่เ่าซานถอนหายใจยาวสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นไม่ใช่เรื่องน่าชื่นชม เล่าไแล้วก็มีแต่จะขายหน้าหันไเจอเฉินชาง หลี่เ่าซานรู้สึกว่าเขาจำ เ็นต้องพูดออกไคนเราระสบความสำ เร็จตั้งแต่อายุน้อยเ็นสิ่งที่ดีแต่…คนหนุ่มสาวเหล่านี้ต้องรู้จักก้าว รู้จักถอยเสียบ้างหลี่เ่าซานเล่า “ผมมีผู้มีพระคุณในชีวิตนี้สองคน คนหนึ่งคืออาจารย์ที่รึกษาของผม อีกคนหนึ่งคือหัวหน้าแผนกคนเก่าของผมหลังจากเรียบจบ อาจารย์ที่รึกษาก็ให้ผมทำงานต่อในโรงพยาบาล ตอนนั้นถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่…คุณต้องรู้ว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนรากหญ้าอยากพวกเราจะเข้ามาอยู่อาศัยและเติบโตขึ้นในสถานที่ที่ตำแหน่งทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้วอย่างเมืองหลวงอาจารย์ที่รึกษาของผมพาผมมาอยู่ที่นี่ อ