ร่ำรวยกันถ้วนหน้า ผงาดขึ้นมาเ็นมหาอำนาจ 5G อะไรพวกนั้น…พวกเธอได้สัมผัสภาพของมาตุภูมิที่องอาจ”“แต่ตอนนั้นมันต่างกัน ระเทศของเราเหมือนกับเด็กโง่วัยยี่สิบ เพิ่งก้าวเข้าสู่เวทีโลก เอาแต่หวาดกลัวว่าคนอื่นจะดูถูก! ซึ่งเ็นกันทุกสายอาชีพ เพราะงั้นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ในตอนนั้นจึงทุ่มเททำงานกันอย่างหนักหน่วง ทั้งด้านการวินิจฉัยโรค การวิจัย…ด้วยกลัวว่าจะถูกคนต่างชาติวิจารณ์”พูดถึงตรงนี้ หลี่เ่าซานก็ยกมือขึ้นาดน้ำตาที่หัวตาทุกครั้งที่เขาพูดถึงความทรงจำ นี้ เขาจะเสียใจมาก“ีที่สอง พวกเราเพิ่งจะเข้าร่วมงานระชุมนานาชาติ พอกลับมา อาจารย์หยางก็ล้ม่วยด้วยโรคโรคบัดด์ เคียรี่ ซินโดรม[1]ชนิดซับซ้อนแบบเฉียบพลันแล้วที่สำ คัญ! ตอนนั้นอาจารย์หยางพาพวกเราไมุ่งไทางศัลยกรรมหลอดเลือด พอล้ม่วยในตอนนั้น จำ เ็นต้องผ่าตัดแต่ทีนี้ก็มีัญหาเกิดขึ้น จะหาใครมาผ่าตัดดีล่ะทีนี้ ตอนนั้นพวกเราหลงอำนาจ โรงพยาบาลในระเทศของเราเก่งที่สุดแล้ว ไม่จำ เ็นต้องออกไหาหมอจากนอกระเทศมาหรอก”พูดถึงตรงนี้ ความรู้สึกของหลี่เ่าซานก็พังทลาย น้ำตาไหลพราก ทรุดนั่งอยู่ตรงบันไดและร้องไห้ออกมา“ตอนนั้นผมอายุสี่สิบสี่ เ็นรองหัวหน้าแผนกฉุกเฉินแล้วอาจารย์ขอให้รุ่นน้องเรียกผมไที่แผนกศัลยกรรมทั่วไ เขานอนอยู่บนเตียง ยิ้มให้ผม ผมยังจำ ได้แม่นอยู่เลยเขาบอกว่า ‘เ่าซาน ในที่สุดก็ถึงเวลาทดสอบคุณแล้ว นี่เ็นโอกาสหายาก นี่คือนี่เ็นอาการเ