ยู่นานกว่าจะพูดออกมา “คิดถึงคุณน่ะครับมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ ก็เลยโทรมา”จางโหย่วฝูได้ยินเช่นนั้นก็สะดุ้งโหยงทันที ความทรงจำ ในอดีตผุดขึ้นมาในใจ จางโหย่วฝูกลืนน้ำลายอย่างอดไม่ได้ “หัวหน้าต้วนคะ…คุณช่วยสงบสติอารมณ์หน่อย ท่าทางไม่ค่อยกติเลยนะ…”ต้วนัวถอนหายใจ “เฮ้อ…ก็ใช่น่ะสิครับ วันนี้ผมรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร วันนี้ผมบังเอิญเจอเฉินชางด้วย”จางโหย่วฝูชะงัก “เสี่ยวเฉินน่ะเหรอ เขาเ็นยังไงบ้าง สบายดีไหม หาวันเชิญเขามากินข้าวสิ ต่อไเขาจะได้เ็นหัวหน้าแผนกฉุกเฉินแล้ว ทิ้งอคติ แล้วก็เลิกใจแคบได้แล้ว”ต้วนัวฟังคำบ่นของหัวหน้าจางก็ได้แต่ส่ายหน้า หัวเราะขื่นๆ“ผมกำลังเชิญแขกอยู่ครับ แต่เจ้าตัวยังไม่ยอมมาเลย หัวหน้าจางคุณอาจจะยังไม่รู้…”ต้วนัวเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้อย่างละเอียด รวมถึงเรื่องที่เออร์สเต็ดกลายเ็นลูกน้องของเฉินชาง แถมหัวหน้าหลูยังเอาอกเอาใจเขาอีก…”พอฟังจบแล้ว จางโหย่วฝูก็เงียบไ“จริงเหรอ”“จริงสิครับ!”จางโหย่วฝูรู้ว่าต่อให้ความสามารถของต้วนัวมีจำ กัด แต่เ็นคนจงรักภักดี มิฉะนั้นคงไม่ก่อเรื่องแบบที่ตนและแผนกฉุกเฉินทำจางโหย่วฝูฟังจบก็ถอนหายใจออกมา“เฮ้อ…ผมรู้มานานแล้วว่าหมอนั่นเ็นคนเก่ง แต่ไม่คิดว่าเขาจะเติบโตขึ้นมาเร็วขนาดนี้!เพิ่งจะไเมืองหลวงได้ไม่กี่เดือนก็ไต่เต้ามาถึงขั้นนี้แล้วถ้ากลับมาอีกหนึ่งีให้หลัง จะไม่เก่งกว่านี้เหรอบางทีเสี่ยวเฉินอาจจะเหมาะกับเวทีใหญ่ๆ แบบนี้ก