ได้ยินคำ พูดของผู้เช่า ความประทับใจแรกต่อญาติผู้ป่วยในหัว หยางเจี๋ยคือ “พวกเขารู้จังหวะดีจังเลยนะ พอรู้ว่าพ่อป่วยหนักก็รีบ มาเลย!”
ทว่า…
ได้ยินคำ พูดของหยางเจี๋ย หลี่เยว่กลับถอนหายใจยาวพร้อม ส่ายหน้า แต่ไม่ได้พูดอะไร!
ชีวิตก็ลำ บากมากพออยู่แล้ว ความจริงบางเรื่องไม่จำ เป็นต้อง พูดออกมาก็ได้ บางทีเวลานี้อาจจะเป็นรูปธรรมที่สุดแล้วก็ได้ล่ะมั้ง
เฉินชางมองหลี่เยว่ จู่ๆ ก็ชะงักไป เข้าใจแล้วว่าหมายความว่า อย่างไร
ส่วนพยาบาลหยางพูดเสียงเบาว่า “คุณจะรู้อะไร ถ้าเป็นห่วง จริงๆ คงมาตั้งนานแล้ว ไม่อย่างนั้นจะไม่สนใจแม้แต่สายจากตำ รวจ เหรอ พูดตามตรงก็คือ พอได้ยินว่าพ่ออาการหนักเลยมาแบ่งมรดก! คุณลองคิดดู บ้านเก่าในปักกิ่งวงแหวนสองสามตอนนี้รื้อถอนได้เงิน
ตารางเมตรละเท่าไร เงินชดเชยสองแสนเลยนะ บ้านหลังหนึ่งยี่สิบ ล้าน สองหลังเป็นเงินเท่าไร พูดง่ายๆ ก็คือมาแบ่งเงินนั่นแหลพ เป็น ห่วงคนแกอะไรกัน!”
พยาบาลหยางยังพูดไม่จบ หลี่เยว่ก็รีบกระแอมทีหนึ่ง มองเธอ เชิงเตือนสติ
พยาบาลหยางจึงหยุดพูด
ทว่าพูดขนาดนี้แล้ว ทุกคนต่างได้ยินอย่างชัดเจน
แต่คำ พูดพวกนี้เข้าหูไปกลับแทงใจดำ !
ถึงขั้นรู้สึกสลดใจ!
……
ตอนนี้เอง โทรศัพท์มือถือของหลี่เยว่ก็ดังขึ้น เป็นสายจาก ภรรยา
หลี่เยว่ตบไหล่เฉินชางพลางกล่าวอย่างรู้สึกผิด “วันนี้วันเกิด ภรรยา ผมต้องกลับแล้วนะครับ”