ถึงอย่างไรตอนนี้ชายชราก็ไม่มีญาติคอยช่วยเหลือ พวกเขา ต้องทำ หน้าที่แทน
มีเพียงหมอแผนกรังสีวิทยาที่อยู่ที่ห้อง CT ต่อ เขารู้สึกว่าเคย ได้ยินประโยคที่เฉินชางพูดจากที่ไหนมาก่อน แต่กลับนึกไม่ออก
หลังจากเข็นชายชราออกมา จ้าวข่ายเหมือนจะรู้สึกปวดน้อย ลงเล็กน้อย จึงอดพูดไม่ได้ “หมอครับ นี่ผมเป็นอะไรครับ”
เฉินชางเข็นเตียงพลางตอบว่า “ไม่ต้องกังวลครับ ตับอ่อน อักเสบเฉียบพลันและท่อน้ำ ดีอุดตัน จึงทำ ให้ปวดท้อง และมีอาการ คลื่นไส้อาเจียน ไม่ต้องกังวลไปนะครับ”
หลังจากได้ยินคำ พูดของเฉินชาง จ้าวข่ายไม่เพียงไม่ผ่อน คลาย ถึงกับยังถอนหายใจ
จู่ๆ เขาก็พูดเนิบช้า “เฮ้อ…ความจริงผมรู้อาการของตัวเองดี ผมกินอาหารได้น้อยลงมาปีกว่าแล้ว ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ผอมไป สิบถึงสิบห้ากิโลกรัมแล้ว หมอครับ คุณอย่าโกหกผมเลย ตอนที่ ภรรยาผมยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นหมอครับ ผมเองก็มีความรู้อยู่บ้าง ผม คิดว่าผมน่าจะเป็นโรคร้ายอะไรสักอย่าง จะตายก็ตายเถอะครับ ผม
ไม่กลัว อายุขนาดนี้แล้ว ความสุขที่ควรมีก็มีมาแล้ว อะไรที่ควรเจอก็ เจอมาหมดแล้ว!”
เฉินชางได้ยินชายชราพูดเนิบช้าก็ไม่ได้ขัดจังหวะ คำ พูดของชายชรามีตรรกะชัดเจน ดูมีการศึกษา
ทว่า อารมณ์โศกเศร้าแบบนี้กลับมองข้ามไม่ได้เลย เฉินชางจึง เบี่ยงประเด็น “คุณดูมีการศึกษามากนะครับ ทำ งานอะไรเหรอครับ”