ตอนแรกชายชราดูอ่อนแรง พอได้ยินคำ ถามของเฉินชางก็อด ชะงักไม่ได้ ก่อนจะพูดว่า “ผมน่ะ ชาตินี้ไม่ได้เกิดมาเสียเปล่า อยู่ใน เหตุการณ์การยอมจำ นนของญี่ปุ่น รู้ว่าเจียงไคเช็คไปไต้หวัน ได้เห็น การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วยตาของตัวเอง ตอน
นั้น…ผมตื่นเต้นมากครับ! ตอนนั้นหน้าที่ของผมคือคอยติดตามท่าน ประธานาธิบดี พอกินข้าวอิ่ม ทุกคนก็เริ่มทำ งาน…ต่อมาช่วงปฏิรูป ผมก็มีความกล้ามากขึ้น กล้าตามกระแสไปเปิดโรงงานโซดาที่หลาง ฝาง เป็นโซดารสส้ม ตอนนั้น ประเทศจีนมีน้ำ อัดลมดีๆ ค่อนข้าง มาก เช่น โซดาตราขั้วโลกเหนือ ตราซานไห่กวน…และสูตรต่างๆ ก็มี การแบ่งปันกัน ไม่มีสิทธิบัตร ในปี 1990 Pepsi และ Coca-Cola เข้า ซื้อกิจการเหล่านี้…”
ชายชราอายุเจ็ดสิบเจ็ดปี เกิดในปี 1943 อยู่ในเหตุการณ์การ สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างแท้จริง
ในขณะที่ฟังชายชราพูด สิ่งที่เฉินชางและหลี่เยว่คิดอยู่น่าจะ เป็นปัญหาการเซ็นเอกสารหลังจากนี้มากกว่า
ชายชราอายุเจ็ดสิบเจ็ดปีส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารถือว่า มีความเสี่ยง ญาติไม่อยู่แล้วใครจะเซ็นยินยอมการรักษา
ชายชราเซ็นเองได้ไหม
โดยทั่วไป แม้กฎหมายกำ หนดว่า เจ้าตัวและญาติทางสาย เลือดล้วนเซ็นได้!
แต่ตัวผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้สูงอายุอายุเจ็ดสิบเจ็ดปีที่มีความ เสี่ยงสูงอย่างชายชราคนนี้ แม้เซ็นไป ถ้าเกิดอะไรขึ้น ญาติผู้ป่วยก็จะ มาหาเรื่องอยู่ดี