คิดได้แบบนี้ แม้ฉีเซินจะจนคำ พูด แต่ก็จำ ต้องรีบไปเตรียมเงิน ……
ตอนที่เฉินชางไปถึงสตูดิโอ ก็เจอฉีเซินที่เพิ่งมาถึงพอดี
เฉินชางยิ้ม เห็นว่าแผลฟกช้ำ บนใบหน้าของฉีเซินใกล้จะหาย แล้วก็ปลาบปลื้มมาก
ส่วนฉีเซินพอเห็นรอยยิ้มของเฉินชางก็โกรธมาก
ทั้งสองขึ้นชั้นสองไปโดยไม่ได้พูดคุยกัน เพิ่งเข้าไป ก็เห็นทุกคน นั่งรออยู่
ฉีเซินเห็นว่าล้วนเป็นบุคคลระดับคณะกรรมการ ทั้งหมดสี่ห้า คน
ส่วนเฉินชางพอเห็นกงไต้เจินกับมิยาเกะ ทาคุโตะก็อึ้งงันไป!
ทั้งสองสบตากัน เฉินชางหัวใจหล่นวูบทันที ฝั่งตนมีแค่สองคน ส่วนมิยาเกะ ทาคุโตะยังไม่รู้ว่ามาดีหรือมาร้าย อีกฝ่ายมีกันตั้งห้า คน!
รู้สึกไม่ยุติธรรมขึ้นมาทันที
ส่วนฉีเซินมองเฉินชางพร้อมยิ้มเยาะ ใครให้อวดดี วันนี้ไม่แน่ ว่าจะต้องคืนเงินที่เอาไปทั้งหมด
เห็นทั้งสองเข้ามา ทุกคนต่างยืนขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน ทำ ให้ฉี เซินชะงักไปทันที ผม…มีเกียรติขนาดนี้เลยเหรอ
หลังจากเฉินชางเข้ามาก็ตรงเข้าไปหากงไต้เจิน “สวัสดีครับ หัวหน้ากง”
มิยาเกะ ทาคุโตะเองก็เป็นฝ่ายเข้ามาทักทายก่อน “ไม่ได้พบ กันนานเลยนะครับคุณเฉินชาง”
เฉินชางยิ้ม “สวัสดีครับคุณมิยาเกะ”
ฉีเซี่ยงเจิ้งรีบพูดว่า “หมอเฉิน เงินสำ หรับการถอดไหมเตรียม ไว้แล้วครับ! สองล้าน อยู่ในนี้ทั้งหมด”
พูดถึงตรงนี้ จู่ๆ ฉีเซี่ยงเจิ้งก็นึกบางอย่างขึ้นได้ จึงรีบพูดเสริม ว่า “อ้อ! หลังหักภาษีครับ!”