ตอนสำ หรับการผ่าตัดเคสต่อไปแล้ว…ส่วนเออร์สเต็ดไม่พูดไม่จา พลางเหลือบมองเฉินชางเป็นพักๆผ่านไปพักใหญ่ๆ เมื่อพบว่าหมอเฉินไม่ได้ตำ หนิตน เออร์สเต็ดจึงถอนหายใจอย่างโล่งอกแต่ก็ยังเห็นเฉินชางยังหน้านิ่วคิ้วขมวด ราวกับมีเรื่องอัดอั้นตันใจอยู่เห็นหมอเฉินเหลือบมองเขาแวบหนึ่งราวกับมีเรื่องจะพูดด้วยแต่กลับลังเลแล้วเงียบไปเออร์สเต็ดผงะไป หรือว่า…ผลงานของเขาทำ ให้หมอเฉินรังเกียจที่จะถ่ายทอดความรู้ให้?หมอเฉินคิดว่าเราเกินเยียวยาแล้วเหรอคิดมาถึงตรงนี้ เออร์สเต็ดก็จ้องไปยังเฉินชางอย่างอดไม่ได้แล้วพูดขึ้น “หมอเฉิน คุณมีอะไรบอกผมว่าตรงๆ เถอะครับ ผมรับได้!”เฉินชางชะงัก รู้สึกแปลกใจนิดหน่อยเออร์สเต็ดรู้ใจเราขนาดนี้เลยหรือ“เวลาที่คุณผ่าตัด ช่วยผ่าตัดให้แย่ลงหน่อยได้ไหมครับ” เฉินชางพูดออกไปตรงๆประโยคดังกล่าวทำ เอาเออร์สเต็ดเกือบจะบ่อน้ำ ตาแตก!แม้แต่หม่าเยว่ฮุยและเหอจื้อเชียนยังชะงักกับคำ พูดของเฉินชาง‘ช่วยผ่าตัดให้แย่ลงอีกได้หรือเปล่า’ประโยคนี้สะเทือนใจทั้งสามคนด่ากันแบบนี้มันเกินไปแล้วมั้ง?หม่าเยว่ฮุยอดหันไปมองเออร์สเต็ดไม่ได้ ตาหนวดเฟิ้มนี่น่าสงสารกว่าเขาเยอะเลยเทียบกับเขาแล้ว ตนยังถือว่าได้รับเกียรติมากกว่า อย่างน้อยเฉินชางก็ไม่ได้พูดจาทำ ร้ายจิตใจขนาดนี้!ส่วนเหอจื้อเชียนรู้สึกเสียศูนย์เล็กน้อย คำ พูดของเฉินชางทำ ให้เขาเกือบจะกลัวการผ่าตัดไปเลยตอนแรกเขาเตรียมตัวจะทำ การผ่าตัดเคสต่อไปด้วยตนเองแต่ตอนนี้