นอนว่าสิ่งที่สำ คัญที่สุดคือ…หมอเฉินไม่ได้ตำ หนิเขาเขาคิดว่าตนผ่าตัดได้ดีเกินไปอืม ไม่ได้ตำ หนิเขานี่เอง เออร์สเต็ดถอนหายใจโล่งอกเหอจื้อเชียนและหม่าเยว่ฮุยได้ฟังบทสนทนาของทั้งคู่แล้วก็ถอนหายใจโล่งอกเช่นกันดูเหมือนว่าจะไม่ใช่การดุด่าใคร!เพราะถึงอย่างไรก็เป็นแขกจากแดนไกล จะมาดุด่ากันแบบนั้นไม่ได้จากนั้นเออร์สเต็ดจึงพูดขึ้นว่า “ไม่มีปัญหาครับหมอเฉิน ผมเข้าใจสิ่งที่คุณพูด แต่ว่า…ถ้าอยากจะจำ ลองจริงๆ ละก็ คุณต้องใช้คนคุมกล้องส่องธรรมดา หรือไม่ก็พวกมือสมัครเล่นไปเลย!”ทันทีที่คำ พูดดังกล่าวหลุดออกมา เฉินชางก็เหลือบมองหม่าเยว่ฮุยแล้วยิ้มโดยไม่พูดอะไรเหอจื้อเชียนและเออร์สเต็ดมองเฉินชาง และเคลื่อนสายตาไปมองหม่าเยว่ฮุยพร้อมกัน…หม่าเยว่ฮุยสะดุ้งโหยง!แย่ละ หมายความว่าไงทำ ไมพวกนายต้องมองฉันด้วยฉันอ่อนหัดขนาดนั้นเลยเหรอแต่หันไปมองเฉินชาง เหอจื้อเชียน เออร์สเต็ด…หม่าเยว่ฮุยก็กลืนน้ำ ลายเอื๊อก ดูเหมือนว่า…เขาจะอ่อนหัดที่สุดจริงๆถึงแม้ว่าเขาจะไม่อยากยอมรับก็ตามด้วยเหตุนี้ ในการผ่าตัดสองเคสถัดมา เหล่าหม่าจึงได้รับหน้าที่ใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่างรับบทเป็น ‘คนคุมกล้องส่องมือใหม่’!การผ่าตัดเริ่มต้นขึ้นหม่าเยว่ฮุยมองเฉินชาง “เสี่ยวเฉิน พวกเรามีหน้าที่กันหมดคุณมารับหน้าที่อะไรล่ะ”เออร์สเต็ดมองเฉินชาง “คุณหมอเฉินเป็นผู้ช่วยเหรอครับ”เฉินชางกระแอมไอ พลางพูดโดยไม่มีอาการเคอะเขิน “คือว่า…ผมไม่เหมาะหรอกครับ