’ และ ‘คณะกรรมการบรรณาธิการ’ อย่างเปิดเผยเสียด้วยซ้ำการศึกษาและงานวิชาการกลายเป็น ‘สินค้าแลกเปลี่ยน’อย่างหนึ่งตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้เสียแล้วต่อให้เฉินชางเทียบกับคนดังเหล่านั้นไม่ได้ แต่ก็หวังว่าการเขียนหนังสือเล่มนี้จะมีประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่ใช่การชุบตัวเป็นแนวทางส่องกล้องของศัลยแพทย์ทั่วไปหลายคนได้!ตอนที่เฉินชางยุ่งอยู่ ฉินเยว่ก็ไม่ได้รบกวน หยิบหนังสือไปอ่านเองเฉินชางใช้เวลาทั้งคืนจึงเรียบเรียงสิ่งที่อยู่ในหัวแล้วจัดระเบียบโครงร่างจนเสร็จก่อนอื่น เล่มแรกจะเป็นแนวทางการใช้กล้องส่องฉบับใช้ทั่วไปต่อมา เล่มที่สอง เขาหวังว่าจะเขียนเทคนิคตามวิธีการอย่างประเภทของอาการป่วยได้…………กลางวันออกตรวจคลินิก กลางคืนเขียนหนังสือ ชีวิตแบบนี้ถือว่าเต็มอิ่มจริงๆ พูดให้ง่ายหน่อยคือเหนื่อยมากแต่เหนื่อยก็ส่วนเหนื่อย งานที่มีความหมายเช่นนี้ต้องสงบใจแล้วอดทนตั้งใจทำที่จริงเขารู้ดีว่าตัวเองฉวยโอกาส เทคนิคและประสบการณ์การใช้กล้องส่องระดับสมบูรณ์ในสมองฉายวาบไม่หยุดเหมือนกับภาพสะท้อน เฉินชางเพียงแค่ต้องนำสิ่งเหล่านี้มาจัดประเภทก็เป็นอันใช้ได้แล้วแต่ตอนเช้าวันพฤหัส ซุนกว่างอวี่จากปักกิ่งยูเนียนก็โทรศัพท์มาบอกว่าคุณปอผู้พ่ออยากพบเฉินชางเพื่อแสดงความขอบคุณด้วยตัวเองเฉินชางได้ยินแล้วรู้สึกเป็นเกียรติมาก พอเลิกงานแล้วจึงไปซูเปอร์มาร์เก็ตตั้งใจคัดของกินที่เหมาะสมให้คุณปอผู้พ่อรับประทานในเวลาปกติจำ นวนหนึ่งตอนเที่ย