างกับพยาบาลช่วยกันยกผู้ป่วยมาที่เตียงแล้วลุกขึ้นเข็นชายคนนั้นออกไปจากห้องส่องกล้องพอกลับมาที่ห้องผู้ป่วย พวกผลตรวจโทรโปนินก็ออกแล้ว ผลปรากฏว่าปกติทั้งหมดจะว่าไป เรื่องราวทั้งหมดกลับทำให้ตะลึงกันไปทุกคนตอนนี้ผู้ป่วยยังไม่ฟื้น แต่ทุกคนก็ไม่ได้กังวลขนาดนั้นแล้วหลังจากส่งผู้ป่วยไปสังเกตการณ์ที่ห้องพักผู้ป่วย เฉินชางก็ลุกไปแจ้งข่าวดีนี้ให้พ่อแม่ของชายคนนั้นได้รู้…………ชายชราจับมือของหญิงชราพลางปลอบว่า “ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวลแล้ว”หญิงชราส่ายหน้าถอนใจยาวๆ“บางครั้งฉันก็คิดนะว่าที่จริงถ้าเขาตายไปจริงๆ ก็คงดี ฉะ…ฉันเห็นเขาเป็นแบบนี้แล้วก็เศร้าใจนะถ้าคนแก่อย่างพวกเราไม่อยู่แล้ว ถ้าเขาตัวคนเดียวจะทำยังไงล่ะ!”พอพูดถึงตรงนี้ หญิงชราก็อดไม่ไหว ปาดน้ำตาที่ยังไม่ไหลออกมาให้แห้งไปก่อนชายชราอดไม่ได้เอ็ดว่า “พูดจาเลอะเทอะ เขาก็เป็นลูกนะ แค่ป่วยเอง! รอเขาหายก็ไม่เป็นไรแล้ว การแพทย์ก้าวหน้าขนาดนี้ต้องรักษาเขาได้แน่!”หญิงชรากล่าว “ฉันแค่เห็นเขาเป็นแบบนี้แล้วทุกข์ใจเขาทำอะไรผิดถึงต้องกลายเป็นแบบนี้”เรื่องอย่างคนผมหงอกส่งคนผมดำใครจะอยากเห็นแต่พอเจอเรื่องแบบนี้เข้า คุณดันว่าอะไรไม่ได้ตอนที่เฉินชางเดินมาหา หญิงชรารีบเช็ดน้ำตาให้แห้ง เอ่ยถามอย่างกังวลว่า “หมอคะ ละ…ลูกฉันไม่เป็นไรใช่ไหมคะ”ผู้เฒ่าทั้งสองจะลุกขึ้นมา แต่เฉินชางรีบยิ้มพลางนั่งลงข้างๆทั้งสองแข้งขาไม่ดี เฉินชางเห็นตั้งแต่ตอนที่ลงจากรถเมื่อกี้แล้ว เขาน