หลังจากออกมาจากห้องผ่าตัด ครอบครัวปอเล่อซานก็ขอบคุณเฉินชางอีกครั้งหนึ่งอยู่นาน ยืนกรานจะหาเวลามาเลี้ยงข้าวเฉินชางให้ได้ดูท่าครอบครัวปอจะทำให้เฉินชางปฏิเสธได้ยาก เขาเองก็ปฏิเสธไม่สำ เร็จจริงจึงตอบตกลงไปปอเล่อซานพยักหน้ามองเฉินชาง “หมอเฉิน ผมเป็นคณบดีคณะคอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเมืองหลวง ถ้ามีโอกาสเรามาร่วมมือกันได้”เฉินชางได้ยินแล้วชะงักไปทันที!คณะคอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเมืองหลวงหรือนี่มันคณะที่เฉินตั๋วน้องสาวขี้อำของตนเรียนหรือเปล่ามิหนำซ้ำ สิ่งที่สำ คัญที่สุดไม่ใช่เฉินตั๋ว แต่เป็นบรรดาไอเดียที่เฉินชางคิดก่อนหน้านี้ การวิจัยเกี่ยวกับการสร้างข้อมูลจำ ลองทางเดินอาหารอิเล็กทรอนิกส์เขาว่าเรื่องพวกนี้เป็นไปได้ทั้งนั้นทว่าเฉินชางก็ไม่ใช่คนมุทะลุที่เพิ่งรู้จักก็เสนอความเห็นทันทีจึงเอ่ยอย่างจริงจังว่า “คณบดีปอ ผมว่าพวกเราจะมีโอกาสได้ร่วมมือกัน หวังว่าวันนั้นจะไม่ไกลเกินไปนัก”เฉินชางจะรอให้ความคิดของตนค่อยๆ เข้าที่แล้วจึงจับเข่าคุยกับปอเล่อซาน และไม่ได้คุยกันในโอกาสนี้ด้วยพอปอเล่อซานได้ยินก็พยักหน้าน้อยๆ ทันที “ตั้งตารอวันนั้นเลยครับ”กล่าวตามตรง ที่เฉินชางได้รับคำชื่นชมจากพวกซุนกว่างอวี่อย่างล้นหลามขนาดนี้ก็เป็นตัวชี้ความสามารถของเขาอย่างเพียงพอที่จะทำให้คนเหล่านี้ให้ความสำ คัญได้แล้วจนครอบครัวปอแยกย้าย เฉินชางกำลังเตรียมออกไป หลี่ข่ายกลับเรียกเฉินชางไว้ “หมอเฉิน ถ้าไม่รีบไปนั