ฉีเซินสูดหายใจเข้าลึกๆ ทีหนึ่ง เพื่อให้ตนใจเย็นลง แต่ความจริงคือยากจะสงบตอนนี้มีหญิงสาวคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียง แผลยาวตั้งแต่ลำคอมาถึงทรวงอก แม้ไม่ได้กระทบต่อหลอดเลือด แต่ตอนนี้สถานการณ์ก็ไม่สู้ดีนักฉีเซินมองสวีรั่วหยุนแวบหนึ่งแล้วยิ้มเยาะ “เชิญยากขนาดนี้เชียว”สวีรั่วหยุนถอนหายใจอย่างจนปัญญา “เขาอาจจะค่อนข้างยุ่งน่ะ”ฉีเซินมองหญิงสาวที่นอนร้องไห้อยู่บนเตียงไม่หยุด แล้วพูดปนหอบ “พอแล้ว หยุดร้องได้แล้ว ไม่ถึงตายหรอก!”หญิงสาวได้ยินแล้วยิ่งทรมานถ้าเป็นคนอื่นเห็นเธอจะต้องตกใจแน่นอน นี่คือนักแสดงละครเรื่องดังไม่ใช่หรือสวีรั่วหยุนมองเพื่อนตนเองแวบหนึ่ง อดปลอบใจไม่ได้ “เถียนฮุ่ย ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวฉันตามเขาให้อีก”เถียนฮุ่ยได้ยินคำพูดของสวีรั่วหยุนก็ตาเป็นประกายทันที“ขอบคุณนะรั่วหยุน! ฉันไม่อยากให้ทิ้งรอยแผลเป็นไว้จริงๆ ฉันยังอยากแสดงละคร…”ฉีเซินได้ยินแล้วรีบพูดว่า “จริงสิ! คุณให้ประธานเจิ้งโทรไปหน่อยสิ คุณบอกว่าตอนนั้นเพราะเห็นแก่ประธานเจิ้งเขาจึงยอมช่วยไม่ใช่เหรอ”สวีรั่วหยุนได้ยินแล้วตวาดฉีเซินด้วยสีหน้ามืดมนทันที “อย่าพูดซี้ซั้ว!”ฉีเซินตะลึงไปเล็กน้อย เขาอดขำไม่ได้ พลันหันกลับไปถ้าไม่ใช่เจิ้งกั๋วถาน ใครจะสนใจคุณความจริง ตอนนี้สวีรั่วหยุนและเจิ้งกั๋วถานระหองระแหงกัน แม้เธอจะยังได้ในสิ่งที่ขอ แต่…ตอนนี้ประธานเจิ้งเป็นฝ่ายติดต่อเธอก่อนน้อยมากแต่เมื่อนึกถึงเพื่อนรักของตนเอง สวีรั่วหยุนก็อดโทรหาเจ