กที่เดินผ่านไปผ่านมา เฉินชางเองก็อิจฉาวัยรุ่นก็ดีแบบนี้แหละๆ!“มหาวิทยาลัยเธอสวยมาก ถึงว่าอยากมาเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังกัน!” เฉินชางอดถอนหายใจไม่ได้ฉินเยว่กับเฉินตั๋วอดขำไม่ได้ “เฮ้อ แบบนี้เรียกว่าตอนหนุ่มไม่ไขว่คว้า แก่มาน่าสังเวช! ชาตินี้คุณไม่มีโอกาสแล้ว”ฉินเยว่ยังถือว่าโชคดี ได้เรียนโรงเรียนและมหาวิทยาลัยดีๆมาโดยตลอด แต่ชีวิตนี้เฉินชางเคยอยู่แค่เมืองอันหยาง เคยมามหาวิทยาลัยชั้นสูงแบบนี้เสียที่ไหนเฉินชางได้ยินแล้วเดือดดาลเล็กน้อย “สมัยก่อนไม่เหมือนสมัยนี้! อย่าดูถูกคนหนุ่มสาว พวกคุณไม่มีวิสัยทัศน์”เฉินตั๋วกลั้นขำไม่อยู่ “ฮ่าๆ หนูเด็กว่าพี่นะคะ!”เฉินชางพลันพูดอย่างไม่พอใจ “คอยดู เดี๋ยวอีกไม่นานพี่จะมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเธอ”เฉินตั๋วและฉินเยว่หัวเราะขึ้นมาทันที “นี่คือเป้าหมายของคุณเหรอคะ”เฉินชางมองทั้งสองคน โกรธจนกัดฟัน อดตบศีรษะเล็กของฉินเยว่ไม่ได้ “คุณอย่าเพิ่งได้ใจ วันหลังผมจะไปเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งยูเนี่ยนสักหน่อย”เห็นรอยยิ้มของทั้งสอง เฉินชางรู้สึกว่าตนน้อยใจมากอยู่กับคนแบบไหน ก็จะมีความรู้สึกแบบนั้นมาถึงมหาวิทยาลัย หลังจากเดินอยู่รอบหนึ่ง จู่ๆ เฉินชางก็รู้สึกว่าความเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งสัปดาห์ผ่อนคลายลงมากบางทีรอตนแก่ไป มาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยก็ไม่แย่อยู่กับพวกนักศึกษาทั้งวัน นับว่าผ่อนคลายและอ่อนเยาว์ตอนเที่ยง ทั้งสามกินข้าวที่โรงอาหารแต่แล้วเฉินชางก็