ินก็ดมกลิ่น เขายังจะมีใจลิ้มรสเสียที่ไหน กินคำใหญ่ทันทีไม่ร้อนมาก อุณหภูมิกำลังดีเถาจวินสีหน้าดื่มด่ำนานแค่ไหนแล้วรสชาติที่คุ้นเคยแบบนี้…นี่ก็คือความรู้สึกของบ้านสินะเถาจวินกินโจ๊กจนหมดทั้งน้ำตา เขามองเฉินชางพร้อมรอยยิ้ม“หมอเฉิน จู่ๆ ผมก็รู้สึกว่า การบาดเจ็บครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดที่ผมเคยทำในชีวิต!”เฉินชางอึ้งเถาจวินยังคงเอ่ยต่อว่า “เฮ้อ พระเจ้าเมตตาผมจริงๆ ขอบคุณพระเจ้าครับ!”เป็นความจริงที่เถาจวินรู้สึกว่า ถ้าไม่ใช่เรื่องนี้ เขาอาจจะต้องโดดเดี่ยวไปทั้งชีวิตแต่ตอนนี้ เขามีบ้านแล้ว ภรรยาก็กลับมาแล้ว ลูกสาวก็เรียกเขาว่าพ่อแล้ว หน้าที่การงานก็ได้เลื่อนขั้นเป็นพนักงานประจำ แล้วและยังได้เป็นวีรบุรุษอะไรนั่นไม่แน่ว่าอีกไม่กี่ปี เขาจะมีหลานด้วย!เถาจวินจินตนาการเรื่องพวกนี้แล้วก็ยิ้มออกมาหลังจากเฉินชางจากไปคิดดูแล้ว บางทีนี่อาจจะเป็นการฟาดเคราะห์สินะมีทุกข์ก็ย่อมมีสุข ใครจะรู้ว่า ชีวิตนี้ต้องเจอกับอะไรบ้าง…เฉินชางส่ายหน้า เตรียมจะกลับบ้านวันนี้อุตส่าห์เป็นวันหยุด เฉินชางไม่อยากใช้ในชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลทุกวันตอนนี้แค่สิบโมงกว่าเฉินชางออกจากโรงพยาบาลก็ไปซื้อหนังสือพิมพ์สองฉบับก่อนจะกลับบ้านเพิ่งกลับถึงบ้าน เฉินตั๋วก็โทรเข้ามา“พี่อยู่เมืองหลวงไหมคะ”เฉินชางเห็นว่าเป็นสายจากเฉินตั๋วก็ชะงักไปทันทีเฉินตั๋วเป็นลูกสาวของเฉินเจี้ยนซาน คุณอาใหญ่ของเฉินชางนับว่าเธอเป็นลูกพี่ลูกน้องของเฉินชาง