มาไม่ถึงนางอยู่ดี
หลี่ซื่อเพิ่งปลอบลูกน้อยเสร็จ ตอนมาถึงหน้าประตูห้องก็ได้ยินวาจาพวกนี้พอดี นางกลอกตามองบน
“พี่สะใภ้รอง ท่านพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ?” นางพูดแทรกขึ้นมาอย่างตรงไปตรงมา “ถ้าท่านคิดว่าท่านแม่ไม่ยุติธรรม ยกเรื่องเลี้ยงกระต่ายให้พี่สะใภ้ใหญ่ ไม่ได้ยกให้ท่าน ท่านก็ไปพูดกับท่านแม่สิ”
“วันนี้หลังกินข้าวเย็นเสร็จ ท่านแม่พูดขึ้นมาต่อหน้าทุกคน ยังบอกว่าถ้าใครไม่พอใจตรงไหนให้พูดออกมาได้เลย ทำไมท่านไม่พูดล่ะเจ้าคะ?”
“ตอนนี้ท่านแม่ไม่อยู่ พี่ใหญ่ก็ไม่อยู่ ท่านเห็นว่าพี่สะใภ้ใหญ่รังแกง่าย ก็ตั้งหน้าตั้งตากดดันพี่สะใภ้ใหญ่ ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่?”
……
หลิ่วซื่อพลันโล่งอก: โชคดีไป!
ขอเพียงน้องสะใภ้สี่อยู่ด้วย ต่อให้น้องสะใภ้รองไม่พอใจก็ไม่กล้าทำอะไรมากแล้ว
หลินซื่อ: …พี่สะใภ้สี่ ท่านมาถูกเวลาเกินไปแล้วกระมัง?
สีหน้าของหลิวซื่อเปลี่ยนกลับไปกลับมา “หลี่หรูตง นี่ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า ข้ากำลังพูดกับพี่สะใภ้ใหญ่ เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาสอด?”
“ทำไมข้าจะพูดไม่ได้? ที่นี่คือสกุลจู ไม่ใช่สกุลหลิวของท่านเสียหน่อย อีกอย่าง พี่สะใภ้ใหญ่ดุจมารดา ท่านแม่ไม่อยู่ คนที่มีสิทธิ์มีเสียงตรงนี้ก็คือพี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้ใหญ่ยังไม่พูดอะไร ท่านจะเดือดร้อนไปทำไม?” หลี่ซื่อไม่กลัวอีกฝ่ายสักนิด แค่นหัวเราะเสียงเย็น “ทำไมรึ ข้าพูดแทงใจดำ รู้สึกร้อนตัวเลยไม่กล้าพูดกับข้างั้นสิ?”
ต่างจากคนอื่น หลี่ซื่อดูแล