ที่จริงซุนกว่างอวี่ก็อยากช่วยฉินเยว่พูดถึงอย่างไรฉินเยว่ก็ยังเด็ก รู้จักศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญดังๆบ้างจะช่วยเรื่องความก้าวหน้าในอนาคตได้มากยิ่งแขนงเดียวกันยิ่งแล้วใหญ่เขาจึงบอกฉินเยว่ว่า “เสี่ยวฉิน เร็วเข้า เรียกอาจารย์เฉินสิ!”ฉินเยว่ผงะไป ถึงกับอึ้งไปแล้วเรียกอาจารย์เฉินชางหรือนี่ชักรู้สึกเหมือนเล่นบทบาทสมมติ พูดแล้วน่าอายจังด้านเฉินชางก็ยิ้มเจื่อนๆ มองฉินเยว่อย่างล้อเลียน พูดผ่านสายตาว่า รีบเรียกสิ อาจารย์คุณพูดแล้วนะ!ตอนนี้เองจู่ๆ เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นสวีจื่อหมิงกับพวกหวังทงเพิ่งร่วมกันผ่าตัดหัวใจโดยไม่หยุดเต้นเสร็จ เดินออกมาจากห้องผ่าตัดด้วยสีหน้าเบิกบานใจช่วงนี้ถ้าหวังทงว่างก็จะวิ่งมาโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉิน มาถึงแล้วก็จะตามไปผ่าตัดหัวใจโดยไม่หยุดเต้นตอนนี้ไม่ต้องมีเฉินชางคุม ทุกคนก็ผ่าตัดตามลำพังได้แล้วพวกหัวหน้าดีใจมาก หวังทงยิ่งตื่นเต้นหาใดเทียบ อย่างกับฤดูใบไม้ผลิของชีวิตมาเยือนอีกครั้ง รู้สึกกระปรี้กระเปร่าไปหมดทุกคนเข้ามาในห้องทำงานแล้วอึ้งไปทันที“เอ๊ะ? หัวหน้าซุน มาได้ไงครับเนี่ย” หวังทงเห็นซุนกว่างอวี่แล้วยิ้มให้พลางเอ่ยทักทายซุนกว่างอวี่เห็นหวังทงแล้วจึงพยักหน้ายิ้มให้ เขากับหวังทงสนิทกันดี “มาคุยกับหมอเฉินน่ะ”หวังทงพยักหน้ายิ้มให้ “อาจารย์เฉิน!”พอเขาพูดจบก็เห็นฉินเยว่ที่อยู่ข้างๆ จึงชะงักไปทันทีแล้วยิ้มให้“เอ๊ะ? อาจารย์เสี่ยวฉินก็มาด้วยนี่!”สวีจื่อหมิงก็ทักทายเช่นเดี