น ต่อให้ทำงานจิปาถะ ทั้งเดือนก็หาเงินได้ไม่น้อย
ไม่เหมือนนางที่มีแค่คนเดียว
ขณะที่จูเอ้อร์เป็นเจ้าทึ่มที่ไม่สนใจโลกคนหนึ่ง…
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห แต่นางสะกิดไปกี่ครั้งจูเอ้อร์ก็ไม่สนใจ
จูเอ้อร์ “…”
เขาไม่เข้าใจเจตนาของหลิวซื่อเลยสักนิด ยังนึกว่านางแตะถูกตัวเองโดยไม่ตั้งใจ จึงขยับเก้าอี้ออกไปห่าง ๆ
หลิวซื่อเห็นเขาทำแบบนั้น เลือดก็พลันพุ่งขึ้นมาจุกที่คอหอย
อยากตีสามีคนนี้ให้ตายเสียจริง ทำได้ไหม?
นางแสดงออกชัดเจนขนาดนี้แล้ว ทำไมเขาไม่เข้าใจอะไรเสียบ้าง?
ถ้าไม่ตีเหล็กตอนที่ยังร้อน พูดขึ้นมากับแม่สามี ประเดี๋ยวพอแยกย้ายกันแล้ว พวกตนยังจะแย่งผลประโยชน์มาได้?
ไม่ว่าจะเป็นงานที่แม่สามีมอบหมายให้เพิ่มเติม หรืองานเลี้ยงกระต่ายกับพวกพี่ใหญ่ล้วนได้ทั้งนั้น
จูเอ้อร์ถูกสะกิดอีกครั้งก็ขยับเก้าอี้ไปนั่งตำแหน่งที่ไกลกว่าเดิม
หลิวซื่อ “…”
เย่อวี๋หรานที่เห็นฉากนี้ก็รู้สึกทั้งฉุนทั้งขัน
นางไม่ได้อยากหัวเราะเยาะลูกชาย แต่ว่านี่ช่างน่าขันเกินไปแล้ว
หลิวซื่อที่ช่างคิดเล็กคิดน้อยมาเจอกับจูเอ้อร์ที่ความคิดไม่เข้าร่องเข้ารอย นี่มันเป็นการทรมานตัวเองชัด ๆ เลยนี่นา?
หลิวซื่อก็จริง ๆ เลย พูดออกมาตรง ๆ เสียก็สิ้นเรื่อง
นางชอบเก็บงำความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองเอาไว้ แล้วให้คนอื่นออกหน้า
แต่นิสัยอย่างจูเอ้อร์จะเดาถูกได้อย่างไร?
ถ้าเขาเดาถูกก็คงไม่มาขลุกอยู่กับจูต้าแล้ว
มีคำกล่าวว่า ‘ของประเภทเดียวกันมักจะดึงดูดเข้าหากัน’