นกลางวัน เธอยุ่งจนต้องกินข้าวที่โรงอาหารโรงพยาบาล กลับไปนั่งพักที่ห้องทำงานได้แป๊บๆ ก็ต้องทำงานต่อแต่เมื่อคืนเฉินชางอยู่เวรดึก ฉินเยว่เองก็กลับมาแต่เช้าแล้ว จึงซื้ออาหารจากโรงอาหารมาให้เฉินชางลืมตาขึ้น เห็นฉินเยว่อุ่นอาหารให้ ก็ยิ้มอย่างดีใจทันทีความรู้สึกที่มีคนคอยเป็นห่วงเป็นใยไม่เลวเลยจริงๆ“ลุกขึ้นมากินข้าวหน่อยนะคะ” ฉินเยว่เทน้ำอุ่นมาให้แก้วหนึ่งเฉินชางพยักหน้า “ขอบคุณครับภรรยา”ฉินเยว่มองบน “ขนลุกค่ะ รีบทานข้าวเถอะค่ะ เดี๋ยวเย็นหมด!”เฉินชางยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาแล้วมานั่งลงในมือฉินเยว่ถือชาร์ตผู้ป่วยฉบับหนึ่ง กำลังนั่งท่องอยู่เฉินชางได้ยินแล้วสีหน้ามึนงง “คุณท่องชาร์ตผู้ป่วยทำไมครับ”ฉินเยว่หน้าแดง “เมื่อวานเพิ่งรับคนไข้เคสหนึ่ง เป็นเคสโรครักษายาก ตกมาอยู่ในความรับผิดชอบของฉันค่ะ รุ่นพี่ของฉันเองก็จนปัญญา ไม่รู้ว่าควรจัดการอย่างไร ช่วงบ่ายเตรียมจะปรึกษาเคสรักษายากด้วย! ฉันจะไม่รู้เนื้อหาในชาร์ตผู้ป่วยเลยก็ไม่ได้ ท่องไปสักหน่อย ช่วงบ่ายจะได้หารือได้ง่ายขึ้น”เฉินชางได้ยินแล้วยิ้มทันที เขากินข้าวไปหลายคำในขณะเดียวกันก็อดฟังฉินเยว่ท่องไม่ได้หลังจากฟังซ้ำ ๆ อยู่หลายรอบ จู่ๆ เฉินชางก็เผยรอยยิ้ม “ง่ายมากครับ เยื่อบุช่องท้องอักเสบเนื่องจากวัณโรคแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กไม่ใช่เหรอ อ้อ น่าจะมีภาวะช็อกจากการติดเชื้อด้วย”ฉินเยว่ฟังสิ่งที่เฉินชางพูดจบก็อึ้งไปทันที“คุณพูดซี้ซั