ษๆ ไหม”…………วันรุ่งขึ้น ฟ้าเพิ่งสาง ทันทีที่ฉินเยว่ลืมตาก็ยื่นมือไปคลำหาโทรศัพท์ตามสัญชาตญาณ คลำไปคลำมา…เอ๊ะ? นี่อะไรน่ะคราวนี้เธอเริ่มสงสัย จึงยกมือไปแตะๆ ดูแล้วก็ชะงักไปทันทีที่แท้นอนอยู่ก็ยังตอบสนองได้หรือ!ทันทีที่ฉินเยว่จะศึกษาเพราะความสงสัยในฐานะนักศึกษาแพทย์และความอยากพิสูจน์ทางการแพทย์ จู่ๆ ก็รู้สึกได้ว่าเฉินชางขยับตัว จึงรีบหลับตาแสร้งทำเป็นหลับเฉินชางพลิกตัว แขนคลำไปมาจนเจอแขนของฉินเยว่เขาพูดเสียงเบาว่า “เกาให้ผมทีสิ!”ฉินเยว่ตกใจ ให้ตายสิ โดนจับได้แล้วหรือหัวใจดวงน้อยเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆแต่ต่อมาเธอก็พบว่าตัวเองเข้าใจผิด เฉินชางเริ่มเอาแขนเธอมาเกาหลัง!ฉินเยว่หมดคำพูด “คุณติดแล้วใช่ไหม ฉันไม่ใช่ไม้เกาหลังนะ”เฉินชางพูดงึมงำ “เร็วหน่อย กระดูกสะบักล่าง ซี่โครงซี่ที่เจ็ดใช่ๆๆ…ไล่ไปตามกล้ามเนื้อบริเวณหลังส่วนล่าง โอ๊ย ออกแรงหน่อยใช้แรงกล้ามเนื้อระดับสี่…”ฉินเยว่หมดคำพูด “คุณพูดคร่าวๆ ไม่เป็นใช่ไหม”เฉินชางพลิกตัวกะทันหัน หาวใส่ฉินเยว่ “ชินแล้ว”ฉินเยว่หลับตานอนต่อ เมื่อคืนเหนื่อยจริงๆ…ที่แท้ฉีกถุงน่องก็ออกแรงเยอะเหมือนกัน…ฉินเยว่นอนไม่หลับ จ้องเฉินชาง ยิ่งมองยิ่งหล่อ มองยังไงก็หล่อ จึงฟุบพลางยิ้มเอ่ย “ทำไมผู้ชายอย่างคุณถึงหล่อขนาดนี้นะ”เฉินชางไม่สนใจเธอฉินเยว่ไม่หายหงุดหงิด แหวกปาก ลูบหู บีบจมูก พอเห็นว่าเฉินชางไม่เล่นด้วยจึงเอ่ยขึ้นปุบปับว่า“คุณสามี คุณชอบฉันตรงไหนเหรอ ฉันยังไม่รู้เลยว่