ูง แต่การตรวจเชื้อแบคทีเรียไม่พบเชื้อโรคคอตีบ หรือเชื้อโรคไข้หนังแดง[2]ที่ติดเชื้อได้บ่อย!ทันใดนั้น เฉินชางกับเหล่าหม่าก็ต่างครุ่นคิดหน้านิ่วคิ้วขมวดถ้าไม่เห็นตัวผู้ป่วย คิดจะให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์เป็นเรื่องยากมากจริงๆถึงอย่างไรถ้าคุณไม่เห็นสัญญาณชีพผู้ป่วย ตรวจโดยละเอียดไม่ได้ รักษาคนไข้ผ่านโทรศัพท์แบบนี้ก็เป็นแนวคิดในการตรวจที่ผิดอยู่แล้วแต่สถานการณ์ไม่ปกติก็ช่วยไม่ได้ก็ในตอนนี้เอง จู่ๆ หยางเจี๋ยก็พูดว่า “หมอเฉิน คราวก่อนคุณบอกว่าน้ำนมฉันเอาเข้าตู้เย็นไม่ได้ไม่ใช่หรือคะฉันสงสัยว่าเคสเพื่อนฉันอาจจะเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาก็ทำงานที่โรงพยาบาล เพราะต้องทำโอทีเพิ่มเป็นประจำ เลยมักจะใช้เครื่องปั๊มน้ำนมเก็บน้ำนมไว้ในตู้เย็น พอกลับบ้านก็เอาเข้าตู้เย็นไว้ ตอนที่ลูกต้องกินค่อยเอาไปอุ่นก่อนกินคุณไม่ได้บอกว่าแบบนี้ไม่ดีกับเด็กหรอกหรือคะ จะเป็นเพราะสาเหตุนี้ด้วยไหม”พอเฉินชางได้ยินตาก็เป็นประกายทันที!จริงด้วย จะตัดความน่าจะเป็นข้อนี้ไปไม่ได้เฉินชางรีบพูดขึ้น “คุณต่อสายที ผมจะถามเขาสักสองสามคำถาม”หยางเจี๋ยพยักหน้า ไม่นานนักก็โทรติด “เสี่ยวเหมียว หมอเฉินกับหัวหน้าหม่าโรงพยาบาลฉันอยากถามอะไรเธอหน่อย”“ขอบใจจ้ะ! ขอบใจนะหยางเจี๋ย ฉันหมดหนทางจริงๆ”เฉินชางรับโทรศัพท์มาถามทันที “เด็กได้กินอะไรเป็นพิเศษไหมครับ”“ไม่นะคะ กินโจ๊กนิดหน่อยแล้วก็อาหารเสริมเป็นครั้งคราวเพราะน้ำนมฉันค่อนข้างพอ หลักๆ แล้วยังกิ