งพากันมองเขาเป็นลูกเป็นหลานจะว่าไปแล้ว…ลูกจะมีแรงแค่ไหนกันเชียวลูกๆ ยินดีออกไปดิ้นรน ถึงขนาดที่ลูกจากครอบครัวในเมืองหลวงไม่น้อยยังอยากออกไปสู้ที่ต่างประเทศด้วยซ้ำผู้สูงอายุจึงเล่นสนุกกับเพื่อนในละแวกบ้าน ไม่ถึงกับเดียวดายเกินไปตอนนี้ผู้ป่วยพูดกับทั้งสามคนว่า “เฮ้อ…หายดีแล้วฉันต้องย้ายไปอยู่กับลูก จะมาเล่นไพ่นกกระจอกกับพวกเธอทุกวันไม่ได้แล้วพวกเธอก็ออกกำลังกายหน่อยนะ อย่าเอาอย่างฉัน!”ทั้งสามได้ยินแล้วจึงปวดใจทันทีเฮ้อ…เหล่าหม่าเห็นทุกคนแล้วรู้สึกซึ้งใจมาก แต่พอมองเฉินชางจู่ๆก็รู้สึกโล่งใจ!ตอนที่กลับมาจากห้องเวร จู่ๆ เหล่าหม่าก็พูดว่า “ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นลูกที่ไม่ดีเอามากๆ แต่…พอเห็นคุณแล้ว จู่ๆ ผมก็รู้สึกว่าจริงๆ แล้วอาจจะเป็นเพราะอาชีพของพวกเรา พ่อแม่ผมคงเข้าใจผม”เฉินชางเห็นท่าทางของเหล่าหม่าแล้วอดพูดไม่ได้ว่า “หัวหน้าหม่า ที่จริงเมื่อกี้ผมหลอกคุณ”หม่าเยว่ฮุยผงะไป “หลอกอะไรผม”เฉินชางเอ่ยเนิบๆ “ความจริงแล้วเมื่อปีกลายผมเพิ่งฉลองวันเกิดกับแม่ไป ตอนนั้นผมแค่อยากตามน้ำไปกับคุณเลยจงใจโกหก”หม่าเยว่ฮุยได้ยินเข้าจึงชะงักไปทันที เขามองเฉินชางแล้วหลุดสบถออกมาแต่ความสุขของคนเซ่อซ่านั้นแสนง่ายดาย อาหารง่ายๆ สักมื้อก็คลี่คลายได้แล้วสิบนาทีต่อมา เดลิเวอรี่ก็มาส่งอาหารถึงแผนกฉุกเฉินอย่างคุ้นทาง เฉินชางเป็นคนเลี้ยง ตั้งใจขอเนื้อชิ้นใหญ่เพิ่มให้เหล่าหม่าสองชิ้นโดยเฉพาะช่วงนี้ได้เงินจากแผนกศ