น ถ้าเกิดความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจเอาชีวิตคนได้เลยทีเดียว
ประโยชน์ของผู้ดูแลฝ่ายซ้ายและผู้ดูแลฝ่ายขวาแสดงออกมาในช่วงเวลานี้เอง พวกเขาพาคนกลุ่มหนึ่งมาช่วยเหลือสกุลจู ทางหนึ่งช่วยทำงาน ทางหนึ่งก็เรียนรู้ทักษะกับเย่อวี๋หราน
การเรียนรู้แบบใดจะมีประสิทธิภาพไปกว่าการเรียนรู้ในสถานที่จริงกันเล่า?
“โดยทั่วไปแล้วหลังการเก็บเกี่ยวจะต้องไถพรวนดินเอาไว้ก่อนเข้าฤดูหนาว นี่เรียกว่า ‘การเลี้ยงดิน’ พอดินข้างบนร่วนซุยดีแล้ว เมื่อถึงฤดูหนาว ลมก็จะไม่พัดเอาน้ำในดินไปจนดินแห้ง”
“ลมฤดูหนาวพัดแรงปานไหน พวกเจ้าก็คงเคยสัมผัสมาแล้ว พัดจนหน้าเจ็บชาไปหมด ดินก็เหมือนกัน ต้องเลี้ยงดูเหมือนลูกคนหนึ่ง”
“ขอเพียงพวกเจ้าเลี้ยงดินอย่างเอาใจใส่ ถึงปีหน้าดินก็จะตอบแทนพวกเจ้า”
……
เย่อวี๋หรานกลัวว่าจะมีคนแอบอู้จึงอธิบายประโยชน์ของการไถพรวนดินไปเล็กน้อย
นางบอกว่าการเลี้ยงดินหนึ่งปีเทียบเท่าได้กับการเลี้ยงแมลงหนึ่งปี
เจ้าลองคิดดู เจ้าปลูกพืชไร่ไว้ในดิน แมลงเหล่านั้นก็ตอบสนองต่อพืช ถ้าเจ้าบำรุงพืชไร่อย่างดี แล้วจะไม่ดึงดูดแมลงได้อย่างไร?
ดังนั้น เจ้าบำรุงพืชไร่หนึ่งปีก็เท่ากับเลี้ยงแมลงหนึ่งปีไม่ใช่หรือ?
คนรอบข้างหัวเราะครืน “หลักการพอเข้าใจได้ แต่ว่านะจูต้าเหนียง แมลงมีทุกปี ทำอย่างไรก็ไม่หิวตาย พวกเราก็ทำอะไรไม่ได้”
“ใครว่าทำอะไรไม่ได้?” เย่อวี๋หรานยิ้ม “ข้าถามพวกเจ้า เวลาเข้าหน้าหนาว พวกเจ้าเคยเห็นพวกนก สัตว์ป่า