เรื่องคดีฆาตกรรมแทรกขึ้นมาจนเย่อวี๋หรานต้องเข้าคุกไป
ตอนนั้นทุกคนล้วนร้อนใจ จูต้าเหนียงเข้าคุกแล้ว ใครจะพาพวกเขาไปสู่ความร่ำรวยเล่า?
ช่วงสองวันที่เย่อวี๋หรานไม่อยู่เริ่มมีคนนั่งไม่ติด วิ่งมาเจรจากับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสสกุลจู “อย่างนี้ไม่ได้การนะขอรับ ถ้าจูต้าเหนียงไม่ได้ออกมา การเพาะปลูกปีหน้าของพวกเราก็ทำไม่ได้แล้วน่ะสิ?”
“รีบร้อนไปทำไม? คดียังไม่ตัดสินเลย? จูต้าเหนียงเป็นคนอย่างไร พวกเจ้าก็ไม่รู้? มันไม่มีอะไรหรอก…” เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของหมู่บ้านสกุลจูทราบว่าจูเอ้อร์เม่ยยังมีชีวิตอยู่ คดีนี้ไม่เคยเกิดขึ้นด้วยซ้ำ
แต่ไม่รู้ว่าจูต้าเหนียงจะได้ออกมาตอนไหน ต้องได้รับความลำบากอะไรหรือไม่
ทว่านี่ก็เป็นเรื่องอับจนปัญญา ผู้ใดใช้ให้มีคนมาเพ่งเล็งสกุลจูกันเล่า
เมื่อก่อนพวกเขายังนึกอิจฉาสกุลจูอยู่เลย มีสูตรอาหารดี ๆ แบบนั้น เห็นอยู่รำไรว่าใกล้จะลืมตาอ้าปากได้แล้ว แต่ตอนนี้กลับ…
คนเราถ้าไม่มีชะตาแบบนั้นก็อย่าไปคาดหวังอะไรให้มาก ไม่อย่างนั้นไม่แน่ว่าอาจกลายเป็น ‘หายนะ’ ก็เป็นได้
“พวกเราเข้าใจ แต่คนอื่นไม่ได้คิดอย่างนั้นนี่นา…” คนผู้นั้นยังกล่าวต่อไป “ข้าหมายความว่า ในช่วงที่สถานการณ์ยังไม่แน่นอนแบบนี้ รีบให้พวกลูกชายของจูต้าเหนียงสอนวิธีทำนาน้ำให้พวกเราก่อนจะดีกว่า ถ้านางไม่ได้ออกมาอีกแล้ว พวกลูกชายของนาง…”
ถึงตอนนั้นคงไม่มีแก่ใจจะมาทำเรื่องนี้แล้วกระมัง?
ทั้งยังเป็นไปได้ว่าสกุลจูต้องพล