้หลายปีนี้มีอาการมาตลอด แล้วยังรุนแรงขึ้นไม่หยุดด้วยเด็กชายลูบนิ้วมือ “ผมไม่กล้าเล่นกับเพื่อน พอเล่นแล้วก็จะไม่สบาย ผมได้แต่มองดูพวกเขาเล่นกัน…คุณอาหมอครับ ไม่บอกพ่อแม่ว่าผมป่วยได้ไหมครับ ผมทนได้พักหน่อยก็หายแล้ว…” ดวงตาชุ่มน้ำตาของเด็กชายจ้องเฉินชางเขม็ง เปี่ยมด้วยแววตาอ้อนวอน!หยางเจี๋ยได้ยินคำของเด็กน้อยแล้วไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรจริงๆน้ำตาไหลรินลงมา กอดปลอบเด็กชายอยู่ตลอดเฉินชางนิ่งเงียบไปสักพัก ตอนนี้ความจริงทั้งหมดเปิดเผยแล้วแต่สิ่งที่เด็กชายต้องการอาจจะเป็นพ่อแม่ของเขาเฉินชางลุกเดินออกไป สองสามีภรรยาฉินฟางรีบเข้ามาหา!พวกเขารอจนร้อนใจอยู่ข้างนอกมานานแล้ว“หมอ เป็นยังไงบ้างคะ” ฉินฟางพูดพลางดึงเสื้อกาวน์ของฉินชาง แล้วพลันรู้สึกได้ว่าตัวเองประหม่าเกินไป จึงรีบผ่อนคลายลงเฉินชางถอนใจ เล่าสิ่งที่เด็กชายพูดออกมาเมื่อกี้โดยไม่แต่งเติมพอได้ยินเข้า พวกฉินฟางพลันยืนนิ่งอยู่กับที่เหมือนรูปปั้น!ฉินฟางร้องไห้แทบขาดใจ แม้แต่สามีของเธอยังน้ำตาคลอเบ้าผ่านไปสักพัก เฉินชางก็พูดว่า “พวกคุณไปปลอบลูกเถอะ อีกเดี๋ยวจะเตรียมผ่าตัดแล้วครับ”แต่…ทันทีที่ฉินฟางเข้ามาเด็กชายก็ยิ้ม!“แม่ ผมไม่เป็นไร…ผมแค่เหนื่อย!” เด็กชายตาแดง ยิ้มพลางพูด “พวกเรากลับบ้านเถอะครับ!”