ว่าผมป่วย ต้องยิ่งไม่ต้องการผม…”คราวนี้เฉินชางอึ้งไปเลย!นี่เป็นคำพูดที่เด็กอายุห้าขวบคนหนึ่งควรพูดเหรอทันใดนั้นหยางเจี๋ยที่อยู่ข้างๆ ก็งงไปเลย ดวงตาเริ่มพร่ามัวขึ้นมาในชั่วพริบตา เธอรีบโอบเด็กน้อยแล้วเช็ดน้ำตาให้ “ไม่ร้องๆไม่เป็นไรนะๆ น้าบอกอะไรให้ พ่อแม่หนูจะทิ้งหนูได้ยังไงจ๊ะ พวกเขาชอบหนูมากนะ พวกเขาอยากหาเงินมาซื้อของอร่อยให้หนูต่างหาก!”เด็กชายเอ่ยเสียงสะอื้น “ผมไม่กินขนม ผมเป็นเด็กดี ผมตั้งใจกินข้าว ผะ…ผมไม่ซื้อของเล่นด้วย ผมแค่อยากให้พ่อแม่อยู่กับผมเด็กคนอื่นมีพ่อมีแม่ทั้งนั้น แต่ผมไม่มี…ผม…แงๆ…”เด็กชายร้องไห้ไปก็เริ่มเหนื่อย จึงไม่ร้องไห้แล้ว แต่สะอื้นไม่หยุดหยางเจี๋ยที่เป็นแม่คนได้ยินคำของเด็กชายก็เริ่มร้องไห้ตามไปด้วยเฉินชางอดถอนใจไม่ได้ เอ่ยถามว่า “ก่อนหน้านี้หนูรู้สึกเจ็บหน้าอกไม่สบาย รู้สึกหายใจไม่ออกหรือเปล่า”เด็กชายพยักหน้า ยกมือปาดน้ำตา พูดทั้งที่ตาแดงอยู่ว่า “รู้สึกไม่สบายอยู่เรื่อยเลยครับ…แต่ผมไม่กล้าบอก เขาพูดกันว่าต้องเป็นเพราะผมดื้อพ่อแม่ถึงไม่เอาผม ถ้าให้พวกเขารู้ว่าผมป่วย…พวกเขาต้องยิ่งไม่ต้องการผมแน่เลย…อีกอย่าง ปู่ย่าบอกว่ายามันแพง พ่อแม่ลำบากหาเงิน ผมกลัวว่าพวกเขาจะไม่อยู่อีก แล้วผมจะไม่ได้เจอพวกเขาอีกแล้ว…”เด็กชายอดสะอื้นขึ้นมาไม่ได้เฉินชางร้องโธ่ ถอนหายใจยาวๆ มิน่าพ่อแม่ถึงไม่รู้ว่าลูกไม่สบาย ที่แท้เด็กคนนี้ปกปิดอาการป่วยของตัวเองอยู่ตลอดสินะเลยถึงขนาดทำให