็มองไม่เห็นแล้ว!”
คนสมองกลับพิกลคนนี้ทำเอาเฉินชางหัวเราะเบิกบานออกมาอย่างเต็มที่
ฉินเสี้ยวยวนบีบแตรจนลืมไปว่าบีบไปกี่ครั้งแล้ว
“ยัยลูกบ้านี่ วันชิวฉิกเฉินชางก็ทำงาน ชิวลกก็กลับอันหยางแล้ว! สองวันยังเป็นแบบนี้! ต่อไป…ถ้าไม่มีเฉินชางแล้วจะทำไงล่ะ!”
จี้หรูอวิ๋นยิ้มให้ “พอแล้วๆ คุณอย่าบีบแตรเลย ลูกสาวคุณบล็อคคุณไปแล้ว!”
ผ่านไปพักใหญ่ ฉินเยว่จึงเดินหนึ่งก้าวหันหลังสามทีมาขึ้นรถฉินเสี้ยวยวนอย่างอาลัยอาวรณ์!
พอขึ้นมาแล้วเธอก็ไม่ถอดฮู้ด กระทั่งความรู้สึกเบาบางลง ไม่มีน้ำตาแล้วจึงถอดออก
จี้หรูอวิ๋นมองดูฉินเยว่ “เยว่เยว่จ๊ะ ลูกบอกว่าไม่ชอบมีความรักหรอกเหรอ ตอนนี้รู้สึกเป็นไงบ้าง”
ฉินเยว่ยู่ปาก “แต่แม่ก็ไม่ได้บอกว่าที่แท้ความรักก็ดีขนาดนี้นี่คะ!”
จี้หรูอวิ๋นยิ้ม “เพราะเฉินชางแคร์ลูกขนาดนี้ไง ลูกก็เลยรังแกเฉินชางเก่ง”
ฉินเยว่หันไปมองเฉินชางที่อยู่ข้างหลัง เขายังยืนมองรถเคลื่อนตัวจากไปอยู่ตรงนั้น
ไม่รู้ทำไมฉินเยว่ถึงแสบจมูก
รถเคลื่อนตัว ขณะที่เห็นว่าเงาของเฉินชางเล็กลงเรื่อยๆ ฉินเยว่ก็ล้วงโทรศัพท์ออกมาส่งข้อความให้เฉินชาง ‘ที่รัก ฉันดีใจจังที่ชาตินี้ได้พบคุณ ทำให้ฉันได้รู้ว่าความรักที่งดงา