เอาของไปให้น้ากับอาลูกเถอะ”ทางเมืองจิ้นหยางยังรักษาประเพณีเยี่ยมญาติฉินเยว่ได้ยินก็ยิ้มดีใจแล้วลุกตามไปตอนเฉินชางกลับบ้าน เขาซื้อของไปเยี่ยมญาติมาจำ นวนหนึ่งทุกอย่างอยู่ในกระโปรงท้ายรถยังไม่เอาลงมาพอเฉินตั๋วออกมาก็ยิ้มพลางพูดว่า “พี่ พี่สะใภ้ พวกพี่ไปเถอะค่ะ ฉันไม่เป็นก้างขวางคอแล้ว รอพวกพี่ไปเมืองหลวงพวกเราค่อยรวมตัวกัน!”เฉินชางลูบผมของเฉินตั่วอย่างพอใจ “ดี! รู้กาลเทศะ! ไปเมืองหลวงแล้วจะเลี้ยงเธอมื้อใหญ่เลย!”ฉินเยว่ก็ยิ้มละไมพยักหน้า “ดี!”ทำเอาทุกคนพากันหัวเราะขึ้นมาหลังจากสตาร์ทรถแล้ว เฉินชางก็ยิ้มพลางพูดว่า “ไปกัน ยัยขี้ประจบ ผมต้องจูงคุณไปเดินเล่นแล้ว!”ฉินเยว่เล่นด้วย “โฮ่งๆ!”เฉินชางหัวเราะ เขาชอบผู้หญิงคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วจริงๆอาจมีบางครั้งที่ความรักไม่จำ เป็นต้องแสดงออกมากเกินไปประโยคเดียวก็ทำให้เบิกบานใจได้นานป้าน้าอยู่รอบๆ ทั้งนั้น เฉินชางพาฉินเยว่เวียนไปตามบ้านอย่างต่อเนื่อง พอเอาของไปให้แล้วก็นั่งคุยกันพอรู้ว้าเฉินชางกับฉินเยว่เป็นหมอ คุณป้าและคุณน้าที่อายุมากแล้วพวกนี้อดถามไม่ได้ว่าอาการป่วยของตนเป็นอย่างไรบ้างเฉินชางกับฉินเยว่ก็ใจเย็นคนในหมู่บ้านตัดใจไปหาหมอไม่ลง นี่เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยทุกคนถ้าเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ก็อดทนเอา ป่วยหนักก็ผลัดออกไปป่วยวิกฤตก็เอาแต่รอเฉินชางอธิบายปัญหาของพวกเขาอย่างละเอียด อยู่คุยเป็นเพื่อนแต่พวกเขาก็ไม่ได้นั่งอยู่นานนัก ถึงอย่างไรพี่น้อ